
(แฟ้มภาพซินหัว : เรือเร็วของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านแล่นล้อมเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน วันที่ 21 ก.ค. 2019)
วอชิงตัน, 11 เม.ย. (ซินหัว) -- โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันก่อนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ (11 เม.ย.) ที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน โดยทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ (10 เม.ย.) ว่าอิหร่าน "ไม่มีไพ่ในมือ" อีกแล้วนอกจากการใช้วิธีรีดไถระยะสั้นด้วยช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านอิหร่านประกาศในวันศุกร์ (10 เม.ย.) ว่ากองกำลังอิหร่านอยู่ในภาวะพร้อมรบเต็มที่ เช่นเดียวกับในช่วง "การสู้รบแบบอสมมาตร" (asymmetric battle) นาน 40 วัน เนื่องมาจากการผิดคำมั่นสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ก่อนหน้านั้นในวันศุกร์ (10 เม.ย.) ทรัมป์เผยกับนิวยอร์กโพสต์ (New York Post) ว่าผลลัพธ์ของการเจรจากับอิหร่านจะชัดเจนภายในราว 24 ชั่วโมง พร้อมขู่ว่าเรือรบสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมเพื่อกลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาล้มเหลว
แถลงการณ์จากกองบัญชาการกลางคาทัม อัล-อันบียาของอิหร่าน ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่ออิหร่านในวันศุกร์ (10 เม.ย.) ระบุว่าอิหร่านจะไม่ยอมละทิ้งสิทธิอันชอบธรรมของตน และจะไม่ปล่อยให้ "อาชญากรผู้รุกราน" ที่โจมตีอิหร่านลอยนวล พร้อมชี้ว่าผู้นำสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงเหล่าผู้บัญชาการทหารที่พ่ายแพ้ของพวกเขาไม่มีสิทธิข่มขู่ประชาชนอิหร่าน และหาก "ฝ่ายศัตรู" ยังโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และประชาชนผู้ถูกกดขี่ในเลบานอน กองกำลังอิหร่านจะตอบโต้ด้วยวิธีการที่รุนแรง
นอกจากนี้ อิหร่านยังกล่าวว่าจะยกระดับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซสู่ระยะใหม่ และรักษาความได้เปรียบในการควบคุมเส้นทางน้ำดังกล่าว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ อิหร่าน และอิสราเอลต่างอ้างชัยชนะในสงครามครั้งนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันยังเปราะบาง โดยผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันอยู่และความแตกต่างที่ฝังรากลึก อาจทำให้การบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างถาวรในการเจรจาครั้งนี้เป็นไปได้ยาก
