
(แฟ้มภาพซินหัว : ยานยนต์จอดติดไฟแดงใกล้กับสำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม วันที่ 4 ต.ค. 2024)
บรัสเซลส์, 1 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) แดน ยอร์เกนเซน คณะกรรมาธิการพลังงานของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวหลังจากประชุมร่วมกับบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเพื่อหารือการประสานงานรับมือว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มสร้างผลกระทบยืดเยื้อต่อตลาดพลังงาน แม้การสู้รบจะหยุดลงในวันรุ่งขึ้นก็ตาม เพราะโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในตะวันออกกลางเสียหายหนักมาก
ยอร์เกนเซนเน้นย้ำว่าไม่มีแนวทางการรับมือแบบเดียวที่เหมาะสมกับทุกประเทศ พร้อมกระตุ้นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปพิจารณาการลดความต้องการเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน รวมถึงการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังเตรียมชุดมาตรการรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งคล้ายกับตอนเกิดวิกฤตพลังงานปี 2022 ที่ใช้มาตรการฉุกเฉินอย่างกลไกเพดานราคาก๊าซ เก็บภาษีลาภลอยในภาคพลังงานบางส่วน และมุ่งลดความต้องการก๊าซธรรมชาติ
ทั้งนี้ ยอร์เกนเซนกล่าวว่าราคาก๊าซในสหภาพยุโรปปรับตัวสูงขึ้นราวร้อยละ 70 และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นราวร้อยละ 50 ตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ตอนนี้ยืดเยื้อราว 30 วันแล้ว และเพิ่มต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของสหภาพยุโรปถึง 1.4 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.3 แสนล้านบาท) แล้ว