

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมพระราชวังว่านโซ่วในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน)
หนานชาง, 10 มี.ค. (ซินหัว) -- พิมพ์ลดา ใจคำ หมอนวดแผนไทยจากเชียงใหม่ วัย 55 ปี ซึ่งย้ายมาจีนเมื่อ 6 ปีก่อนด้วยความปรารถนาออกสำรวจโลกกว้าง เปิดเผยว่าเธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะได้ไล่ตามความฝันในการมาทำงานและใช้ชีวิตในจีน จากเดิมที่ทำได้เพียงชมสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามของจีนผ่านหน้าจอโทรศัพท์
ในปี 2022 พิมพ์ลดาย้ายมาทำงานในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน ซึ่งเป็นเมืองที่เธอสนใจในประวัติศาสตร์อันยาวนานและอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน โดยเธอเห็นเรื่องราวของเมืองหนานชางมากมายผ่านทางออนไลน์ ทั้งหอเถิงหวังอันเก่าแก่ และทะเลดอกไม้ในจุดชมวิวเฟิ่งหวงโกว แต่สิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดคืออาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ด
พิมพ์ลดาเผยว่าเธอพบกับนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากตอนทำงานอยู่ที่ไทย และเมื่อมาจีนจึงพบว่าชาวจีนยังคงอบอุ่นและเป็นมิตรเช่นเคย ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน แต่สิ่งที่ทำให้พิมพ์ลดาประหลาดใจมากที่สุดคือเมืองหนานชาง ซึ่งอาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในต่างประเทศ แต่กลับกำลังดึงดูดชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จีนเดินหน้าขยายนโยบายยกเว้นวีซ่าอย่างต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันอนุญาตให้พลเมืองจาก 50 ประเทศเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าแบบฝ่ายเดียว ขณะที่จำนวนประเทศที่มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าร่วมกันเพิ่มขึ้นเป็น 29 ประเทศ ส่งผลให้นักเดินทางจำนวนมากใช้ประโยชน์จากนโยบายการเดินทางผ่านแดนแบบปลอดวีซ่า
พิมพ์ลดาวางแผนจะพาครอบครัวและเพื่อนๆ มาสัมผัสประสบการณ์ในจีนด้วยตัวเอง เธอบอกเล่าว่าการใช้ชีวิตในจีนสะดวกสบายมาก เพราะทุกอย่างตั้งแต่การเดินทาง การชอปปิง ไปจนถึงการกินอยู่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว แม้แต่เวลาคิดถึงรสชาติบ้านเกิด เธอก็สามารถสั่งวัตถุดิบอาหารไทยแท้ๆ ทางออนไลน์ได้
แม้ภาษาอาจยังเป็นอุปสรรค แต่พิมพ์ลดาได้เรียนรู้วลีสำคัญเวลารับประทานอาหารกับเพื่อนๆ นั่นคือ "เพิ่มพริกอีกหน่อย" พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มว่าหนานชางให้ความรู้สึกเหมือนบ้านหลังที่สองของเธอจริงๆ
พิมพ์ลดาเป็นหนึ่งในพนักงานชาวไทย 6 คนที่ร้านนวดแผนไทยที่เธอทำงานอยู่ นอกจากการทำงานแล้ว พวกเธอยังได้พบมิตรภาพและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมใหม่ โดยในเวลาว่าง พวกเธอมักออกไปสำรวจเมืองด้วยกัน ลองสวมชุดฮั่นฝู เรียนรู้ศิลปะการเป่าน้ำตาลซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หรือเดินสำรวจถนนเก่าเพื่อลิ้มรสอาหารต้นตำรับของหนานชาง ทำให้ได้ดื่มด่ำวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง
ขณะที่จีนกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) การผสานวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของการเติบโต ขณะที่การบูรณาการระหว่างภาควัฒนธรรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่นๆ กำลังเร่งตัวมากขึ้น การท่องเที่ยวจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญอีกต่อไป แต่กลายเป็น "เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์" ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก
การท่องเที่ยวของหนานชางเติบโตต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการปลดล็อกพลังการบริโภคมากขึ้นผ่านการผสานวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ซึ่งในการจัดอันดับเมืองโลกของเครือข่ายการวิจัยเมืองของโลกและโลกาภิวัฒน์ (GaWC) หนานชางขยับจากอันดับที่ 301 ขึ้นสู่อันดับที่ 181 ในปี 2024 กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่อันดับเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุด