
(แฟ้มภาพซินหัว : พิธีสวนสนามทางทหารเนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี ชัยชนะในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก บริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน ใจกลางกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 3 ก.ย. 2025)
ปักกิ่ง, 5 มี.ค. (ซินหัว) -- ร่างรายงานงบประมาณของจีนประจำปี 2026 ซึ่งเสนอต่อสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (NPC) เพื่อพิจารณาในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ระบุว่างบประมาณกลาโหมของจีนในปี 2026 จะอยู่ที่ราว 1.9 ล้านล้านหยวน (ราว 8.68 ล้านล้านบาท) ทำให้อัตราการเติบโตของงบประมาณกลาโหมชะลอตัวอยู่ที่ร้อยละ 7 และถือเป็นอัตราการเติบโตระดับเลขหลักเดียวติดต่อกันเป็นปีที่ 11 โดยงบประมาณกลาโหมของจีนมีอัตรการเติบโตร้อยละ 7.2 ต่อปีในช่วงปี 2023-2025
รายงานระบุว่างบประมาณกลาโหมของจีนยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตัวชี้วัดสำคัญที่สัมพันธ์กัน ซึ่งรวมถึงสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สัดส่วนต่อหัว และสัดส่วนต่อกำลังพล โดยจีนคงสัดส่วนงบประมาณกลาโหมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศให้ต่ำกว่าร้อยละ 1.5 มานานหลายปีแล้ว
อนึ่ง การประเมินขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุว่าสมาชิกองค์การฯ เกือบทั้งหมดมีสัดส่วนงบประมาณกลาโหมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศแตะร้อยละ 2 ในปี 2025 และมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นร้อยละ 5 ภายในปี 2035 โดยประเทศเพื่อนบ้านของจีนอย่าง "ญี่ปุ่น" เพิ่มงบประมาณกลาโหมติดต่อกัน 13 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นรวมราวร้อยละ 60 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา งบประมาณกลาโหมต่อหัวและต่อกำลังพลของญี่ปุ่นในปีงบประมาณ 2025 สูงกว่าของจีนสามเท่าและสองเท่า
ทั้งนี้ กลุ่มผู้สังเกตการณ์คาดการณ์ว่างบประมาณกลาโหมของนานาประเทศจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026 โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันตก เนื่องจากความไม่มั่นคงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
จีนยืนยันว่าการปรับงบประมาณกลาโหมให้สอดคล้องกับความต้องการด้านความมั่นคงของชาติเป็นสิทธิทางอธิปไตย โดยจีนปรับงบประมาณกลาโหมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเพิ่มขึ้นในระดับเหมาะสม เพื่อคุ้มครองอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์จากการพัฒนาในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จีนดำเนินนโยบายป้องกันประเทศเชิงตั้งรับและเป็นประเทศใหญ่แห่งเดียวในโลกที่บัญญัติ "การพัฒนาอย่างสันติ" ไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎบัตรของพรรครัฐบาลอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ โดยจีนเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดอันดับสองของปฏิบัติการรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ และมีส่วนส่งเสริมกำลังพลในระดับแนวหน้าเมื่อเทียบกับบรรดาสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
คณะเจ้าหน้าที่รัฐของจีนเคยกล่าวว่าไม่ว่าจะพัฒนาถึงระดับใด จีนจะไม่แสวงหาการครองอำนาจนำหรือข้องเกี่ยวกับลัทธิขยายอำนาจ (expansionism)