
(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ฤดูหนาวในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 20 มิ.ย. 2025)
แคนเบอร์รา, 25 ก.พ. (ซินหัว) -- มหาวิทยาลัยแอดิเลดของออสเตรเลียรายงานผลการศึกษาใหม่ซึ่งระบุว่าปริมาณน้ำฝนที่ลดลงอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเกษตรกรรมสำคัญของรัฐเซาท์ออสเตรเลียในช่วง 73 ปีที่ผ่านมา เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิรายปี ระหว่างปี 1950-2023 จากสถานีอุตุนิยมวิทยา 26 แห่งในเมอร์เรย์ มัลลี และคาบสมุทรเอียร์ตอนบน
ทีมนักวิจัยใช้วิธีการทางสถิติจนสรุปได้ว่าปริมาณน้ำฝนที่ลดลงไม่น่าเกิดจากความแปรปรวนทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ทว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญบางประการ เช่น ช่วงปีที่รูปแบบปริมาณน้ำฝนหรืออุณหภูมิเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อาจเชื่อมโยงกับการขยายตัวทางอุตสาหกรรม การขยายตัวของเมือง การใช้ที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลง และอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวงกว้าง
ข้อมูลเผยให้เห็นแนวโน้มภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอกย้ำความกังวลด้านสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อภาคการเกษตรและทรัพยากรน้ำ โดยปริมาณน้ำฝนที่ลดลงและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้เกิดการระเหยของน้ำมากขึ้น ทำให้ความชื้นในดินลดลง และเพิ่มความเสี่ยงเกิดภัยแล้ง ซึ่งจะกระทบต่อการเพาะปลูกและปศุสัตว์ที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนตามฤดูกาล
อนึ่ง งานวิจัยดังกล่าวเผยแพร่ในวารสารเอนไวรอนเมทริกส์ (Environmetrics)