
(แฟ้มภาพซินหัว : "พิเด" (Pide) อาหารพื้นเมืองของตุรกี (ทูร์เคีย) ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองบูร์ซาของตุรกี วันที่ 17 เม.ย. 2025)
เยรูซาเล็ม, 19 ก.พ. (ซินหัว) -- มหาวิทยาลัยเบนกูเรียนแห่งเนเกฟของอิสราเอลรายงานผลการศึกษาระยะยาวระดับนานาชาติ ซึ่งบ่งชี้ว่าวงจรการลดน้ำหนักและกลับมามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นซ้ำๆ ซึ่งมักเรียกว่าโยโย่-เอฟเฟกต์ อาจยังคงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว
โยโย่-เอฟเฟกต์ หมายถึงรูปแบบพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไปเวลาผู้คนลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ภายหลังกลับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก จนนำไปสู่ความพยายามลดน้ำหนักครั้งใหม่ซ้ำอีก พฤติกรรมเช่นนี้มักถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพหรือส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ผลการวิจัยล่าสุดได้ท้าทายสมมติฐานดังกล่าว
การศึกษานี้ติดตามกลุ่มตัวอย่างราว 500 คน เป็นเวลานาน 10 ปี ภายใต้การทดลองควบคุมด้านอาหารและรูปแบบการใช้ชีวิตจำนวน 2 โครงการ นักวิจัยเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างกลุ่มที่รับประทานอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนร่วมกับโปรแกรมออกกำลังกาย กับกลุ่มที่รับประทานอาหารแบบมาตรฐาน โดยใช้การสแกนเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อตรวจวัดปริมาณไขมันในร่างกาย
แม้ผู้เข้าร่วมบางรายจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งก่อนเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนักรอบที่สอง แต่ก็ยังพบว่าภาวะสุขภาพโดยรวมดีขึ้น โดยเฉพาะไขมันในช่องท้องซึ่งสะสมรอบอวัยวะภายใน ลดลงร้อยละ 15-25 เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้น ทั้งยังตรวจพบว่าร่างกายมีการตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น และมีระดับไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
ภายหลังสิ้นสุดโปรแกรมรอบที่สองเป็นเวลา 5 ปี พบว่ากลุ่มผู้ที่พยายามลดน้ำหนักเป็นครั้งที่สองมีน้ำหนักตัวกลับมาเพิ่มขึ้นน้อยกว่า และมีไขมันในช่องท้องสะสมน้อยกว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมที่ลดน้ำหนักเพียงครั้งเดียว
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียวไม่อาจสะท้อนผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างครบถ้วน และประโยชน์ด้านระบบเผาผลาญอาจยังคงมีอยู่แม้น้ำหนักจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งก็ตาม
