
(ภาพจากทีมนักโบราณคดีประจำซากพระราชวังเออผัง : ขอบทิศใต้ของแท่นดินอัดและช่องเสาของพระราชวังเออผังในเมืองซีอัน มณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน)
ซีอัน, 18 ม.ค. (ซินหัว) -- คณะนักโบราณคดีของจีนยืนยันว่าซากพระราชวังเออผัง (Epang Palace) จากยุคจักรพรรดิฉินสื่อหวงหรือจิ๋นซีฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฉิน (221-207 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนขีดความสามารถทางวิศวกรรมอันยอดเยี่ยมตั้งแต่กว่า 2,200 ปีก่อน
ซากพระราชวังเออผังอยู่ที่เขตใหม่ซีเสียน เมืองซีอัน มณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่าการก่อสร้างเริ่มต้นปี 212 ก่อนคริสต์ศักราชในรัชสมัยจักรพรรดิฉินสื่อหวง จักรพรรดิองค์แรกที่รวมแผ่นดินจีน แต่การก่อสร้างหยุดลงหลังจากราชวงศ์ฉินล่มสลาย
การสำรวจทางโบราณคดีตั้งแต่ปี 1994 พบว่าซากพระราชวังเออผังประกอบด้วยแท่นดินอัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่และฐานรากของห้องโถงด้านหน้าที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ต่อมาปี 2025 ทีมนักโบราณคดีจากสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน และสถาบันวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีแห่งซีอัน ได้ขุดสำรวจพื้นที่ราว 1,000 ตารางเมตร ใกล้กับส่วนกลางฝั่งตะวันออกของแท่นดินอัด
หลิวรุ่ย นักวิจัยประจำสถาบันบัณฑิตฯ กล่าวว่าการขุดค้นช่วยระบุขอบทิศใต้ของแท่นดินอัดอย่างแม่นยำ ซึ่งอยู่ห่างจากขอบทิศเหนือราว 407 เมตร ทำให้ทราบความกว้างโดยรวมของพระราชวังเออผังอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับการค้นพบก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าซากพระราชวังจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกยาวราว 1,270 เมตร ทำให้พื้นที่ทั้งหมดใหญ่กว่า 5 แสนตารางเมตร กลายเป็นฐานพระราชวังขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบจากยุคจีนโบราณ
การค้นพบล่าสุดยังเผยว่าก่อนเริ่มต้นการก่อสร้าง พื้นที่นี้เคยเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่หรือทะเลสาบ โดยแท่นดินอัดของพระราชวังเออผังสร้างอยู่บนตะกอนก้นทะเลสาบโดยตรงหลังจากระบายน้ำออกหมดแล้ว สะท้อนให้เห็นความซับซ้อนของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในยุคราชวงศ์ฉิน
เจียวหนานเฟิง นักวิจัยประจำสถาบันโบราณคดีแห่งส่านซี กล่าวว่าที่ตั้งของพระราชวังเออผังสะท้อนวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิฉินสื่อหวงในการวางแผนผังจักรวรรดิและข้อควรคำนึงในทางปฏิบัติ โดยตอนนั้นเมืองหลวงเสียนหยางตั้งอยู่ตอนเหนือของแม่น้ำเว่ยเหอ แต่การเมืองและการบริหารปกครองที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้จักรพรรดิฉินสื่อหวงต้องพิจารณาการย้ายเมืองหลวงลงสู่ตอนใต้ของแม่น้ำเว่ยเหอ