
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 2 ธ.ค. 2025)
วอชิงตัน, 15 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (14 ม.ค.) กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ประกาศระงับกระบวนการขอวีซ่าพำนักถาวรหรือวีซ่าผู้อพยพ (immigrant visa) จาก 75 ประเทศ โดยจะบังคับใช้กับประเทศซึ่งมีผู้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาใช้สวัสดิการจากประชาชนชาวอเมริกันในอัตราที่สูงจนไม่อาจยอมรับได้ และการระงับนี้จะยังคงมีผลจนกว่าสหรัฐฯ จะสามารถมั่นใจได้ว่าผู้อพยพรายใหม่จะไม่เข้ามาสูบกินความมั่งคั่งจากประชาชนชาวอเมริกัน
กระทรวงฯ ระบุว่าการระงับดังกล่าวส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงโซมาเลีย เฮติ อิหร่าน และเอริเทรีย เนื่องจากผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้มักกลายเป็นภาระของสังคมสหรัฐฯ เมื่อเดินทางมาถึง
ช่วงก่อนหน้านั้นในวันพุธ (14 ม.ค.) กระทรวงฯ ได้ประกาศในบันทึกข้อความว่าจะระงับกระบวนการขอวีซ่าสำหรับ 75 ประเทศ ซึ่งรวมถึงโซมาเลีย รัสเซีย อัฟกานิสถาน บราซิล อิหร่าน อิรัก อียิปต์ ไนจีเรีย ไทย และเยเมน โดยจะเริ่มต้นวันที่ 21 ม.ค. และจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่ากระทรวงฯ จะประเมินกระบวนการขอวีซ่าใหม่อีกครั้ง
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทำเนียบขาวประกาศเมื่อวันอังคาร (13 ม.ค.) ว่ากำลังเพิกถอนสถานะคุ้มครองชั่วคราวสำหรับผู้อพยพชาวโซมาเลีย ท่ามกลางข้อกล่าวอ้างประเด็นการฉ้อโกงในรัฐมินนิโซตา และเมื่อวันจันทร์ (12 ม.ค.) ที่ผ่านมา กระทรวงฯ ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้ยกเลิกวีซ่าแล้วกว่า 1 แสนฉบับ นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเกือบหนึ่งปีที่แล้ว
อนึ่ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ทรัมป์ประกาศแผนระงับการเข้าเมืองอย่างถาวรจากประเทศที่เขาเรียกว่า "ประเทศโลกที่สาม" หลังสมาชิกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิรายหนึ่งเสียชีวิตจากเหตุยิงใกล้ทำเนียบขาว ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นชาวอัฟกานิสถาน