
(ภาพจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและบรรพมานุษยวิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน : ฟอสซิลกะโหลกศีรษะมนุษย์อวิ๋นเซี่ยน 2 ที่สร้างขึ้นใหม่ จำนวน 6 ภาพ)
ปักกิ่ง, 29 ก.ย. (ซินหัว) -- การศึกษาใหม่เกี่ยวกับฟอสซิลกะโหลกมนุษย์ "อวิ๋นเซี่ยน 2" (Yunxian 2) เก่าแก่ 1 ล้านปี ที่พบในอำเภออวิ๋นเซี่ยน มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน เผยให้เห็นแขนงสายวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน และได้ขยับเส้นเวลาการวิวัฒนาการของมนุษย์ให้ถอยไปไกลกว่าที่เคยยอมรับกันมาอย่างมาก
การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารไซแอนซ์ (Science) ซึ่งมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและสถาบันโบราณคดีในจีน ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในลอนดอนร่วมด้วย ระบุว่ามนุษย์อวิ๋นเซี่ยน 2 เป็นต้นตระกูล "โฮโมหลงจี" (Homo longi) หรือ "มนุษย์มังกร" และบ่งชี้ว่าการแตกแขนงของสายพันธุ์มนุษย์ยุคแรกเริ่มเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดไว้ โดยกะโหลกมนุษย์ดังกล่าวถูกค้นพบในปี 1990 ถูกบดอัดระหว่างกระบวนการกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการวิเคราะห์โดยละเอียด
เดิมทีนักวิทยาศาสตร์จัดให้ฟอสซิลกะโหลกนี้อยู่ในกลุ่มโฮโม อีเร็กตัส (Homo erectus) มนุษย์โบราณที่เดินตัวตรงเต็มที่ และอาศัยอยู่เมื่อราว 1.9 ล้าน ถึง 1.1 แสนปีก่อน แต่ทีมนักวิจัยจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและบรรพมานุษยวิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ได้จัดหมวดหมู่ใหม่ให้ฟอสซิลนี้หลังจากการสร้างแบบจำลองดิจิทัลอย่างละเอียด
ทีมนักวิจัยใช้เครื่องซีทีความละเอียดสูงและการสแกนสามมิติเพื่อระบุรอยแตก สารแร่ธาตุที่เข้าไปในฟอสซิล และชิ้นกระดูกสภาพดี โดยหลังจากวิเคราะห์ลักษณะทางกายวิภาคและจุดวัดรูปร่างกะโหลกนับร้อยจุด พวกเขาประกอบชิ้นส่วนกระดูกกลับเข้าด้วยกันในรูปแบบเสมือนจริงโดยใช้วิธีสร้างใหม่ทางดิจิทัล พร้อมทดสอบความแม่นยำของโมเดลด้วยการจำลองกว่า 10,000 ครั้ง เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์
กะโหลกศีรษะที่สร้างขึ้นใหม่นี้แสดงถึงการผสมผสานระหว่างลักษณะดั้งเดิมและลักษณะที่สืบทอดมา เช่น หน้าผากแบนราบและใบหน้ายื่นออกมาคล้ายกับโฮโม อีเร็กตัส หรือโฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส (Homo heidelbergensis) ที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาและยุโรปเมื่อราว 7-2 แสนปีก่อน แต่ขณะเดียวกันยังมีโหนกแก้มที่แบนกว่า ด้านหลังกะโหลกศีรษะที่กว้างกว่า และขนาดสมองที่ใหญ่กว่าอยู่ที่กว่า 1,100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้สอดคล้องกับฟอสซิลโฮโม หลงจี และมนุษย์ยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) ช่วงยุคกลางถึงปลาย (ราว 125,000-11,700 ปีก่อน)
ทั้งนี้ เมื่อใช้อวิ๋นเซี่ยน 2 เป็นจุดอ้างอิง นักวิจัยได้สร้างแผนผังสายวิวัฒนาการของมนุษย์โฮโมขึ้นใหม่ และได้ข้อสรุปว่าการแตกแขนงของมนุษย์ยุคแรกเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลักฐานฟอสซิลก่อนหน้าระบุไว้มาก
การศึกษาพบว่าอวิ๋นเซี่ยน 2 ไม่ใช่โฮโม อีเร็กตัส แต่เป็นสมาชิกยุคแรกของกลุ่มโฮโม หลงจี ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าอาจรวมถึงมนุษย์เดนิโซวาน (Denisovans) มนุษย์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งเคยอาศัยในเอเชียราว 4 แสน ถึง 30,000 ปีก่อน
หนีสี่จวิน หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่าผลการวิจัยชี้ว่าเมื่อ 1 ล้านปีก่อน บรรพบุรุษมนุษย์ของเราได้แตกสายวิวัฒนาการออกเป็นกลุ่มต่างๆ ซึ่งนำสู่ประวัติวิวัฒนาการที่สลับซับซ้อนกว่าที่เคยเชื่อกัน โดยในแผนผังสายวิวัฒนาการของมนุษย์โฮโม ฟอสซิลมนุษย์ยุคไพลสโตซีนตอนกลางส่วนใหญ่ในเอเชียถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโฮโม หลงจี และมีบรรพบุรุษร่วมล่าสุดกับมนุษย์ยุคใหม่
หนีระบุว่างานวิจัยนี้ช่วยเปิดม่านปริศนาของวิวัฒนาการมนุษย์ระหว่าง 1 ล้านถึง 3 แสนปีก่อน และสะท้อนว่ายังมีเรื่องราวอีกมากที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของมนุษยชาติ