

(แฟ้มภาพซินหัว : บูธของบริษัทสตาร์ แอโรเทค (ไท่ชาง) ที่งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 22 ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน)
หนานหนิง, 21 ก.ย. (ซินหัว) -- งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 22 ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน มีบริษัทจีนและบริษัทต่างชาติจาก 60 ประเทศ จำนวนกว่า 3,200 แห่ง เข้าร่วมเต็มพื้นที่จัดแสดงเกือบ 1.6 แสนตารางเมตร รวมถึงมีการลงนามโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านหยวน (ราว 4,483 ล้านบาท) จำนวน 45 โครงการ ซึ่งบางส่วนเกี่ยวกับพลังงานใหม่และเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ
รายงานระบุว่า "เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ" ที่ต่อยอดจากห่วงโซ่อุตสาหกรรมการบินไร้คนขับได้กลายเป็นจุดเด่นของงาน หลังจากอุตสาหกรรมโดรนของจีนพัฒนาอย่างรวดเร็ว กอปรกับความต้องการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตร การท่องเที่ยว การสำรวจและทำแผนที่ การบรรเทาภัยพิบัติ ฯลฯ ในอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้อาเซียนกลายเป็นตลาดส่งออกโดรนที่บรรดาบริษัทผู้ประกอบการจีนจับตามองอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้
งานนี้มีการนำเสนอโดรนหลายรุ่น เช่น โดรนเทียนมู่ซาน หมายเลข 3 ของบริษัท การลงทุนเศรษฐกิจการบินระดับต่ำกว่างซี เป่ยโถว จำกัด ซึ่งมีกำลังบรรทุกสูงสุด 650 กิโลกรัม และพิสัยการบินสูงสุด 1,800 กิโลเมตร สำหรับขนส่งด่วน กู้ภัยฉุกเฉิน และงานอื่นๆ ด้านบริษัทปางเซิ่ง เป่ยโต่ว จากเมืองเป่ยไห่ ได้นำเสนออุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับโดรนทุกลำภายในรัศมี 500 เมตร เพื่อรักษาความปลอดภัยของน่านฟ้าตามงานประชุม คอนเสิร์ต และสถานที่ขนาดใหญ่อื่นๆ
ขณะบริษัทสตาร์ แอโรเทค (ไท่ชาง) จัดแสดงโดรนขนาดใหญ่ที่มีปีกกว้าง 5.2 เมตร ซึ่งถูกจับแขวนบนผนังบูธอย่างโดดเด่นสะดุดตาผู้คน โดยโดรนบรรทุกหนักรุ่นนี้ใช้สำหรับปกป้องพืชผล กู้ภัยฉุกเฉิน และขนส่งเป็นหลัก มีลูกค้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนแวะเวียนมาสอบถามรายละเอียดเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทฯ เสริมว่ามีการส่งออกโดรนรุ่นนี้สู่ไทยแล้วด้วย
งานนี้มีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนการพัฒนาและการประยุกต์ใช้โดรนฉุกเฉินจีน-อาเซียน (กว่างซี) ครั้งที่ 1 ซึ่งระบุว่าการใช้โดรนฉุกเฉินที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในจีนช่วยเสริมสร้างการประสานงานระดับภูมิภาคด้านความปลอดภัยและการรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยโดรนฉุกเฉินมีข้อได้เปรียบตรงความเร็ว ความครอบคลุม และความคล่องตัว
อนึ่ง ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนระบุว่าขนาดตลาดเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของจีนจะสูงถึง 1.5 ล้านล้านหยวน (ราว 6.72 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 และคาดว่าจะสูงถึง 3.5 ล้านล้านหยวน (ราว 15.69 ล้านล้านบาท) ในปี 2035