
(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐฯ วันที่ 4 ก.ค. 2025)
วอชิงตัน, 1 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (31 ส.ค.) เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่ารัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ขยายข้อจำกัดวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางปาเลสไตน์ โดยระงับการอนุมัติวีซ่าประเภทผู้มาเยือนที่ไม่ใช่ผู้อพยพเกือบทั้งหมด และครอบคลุมการยื่นขอวีซ่าเพื่อรักษาพยาบาล การศึกษามหาวิทยาลัย การเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ รวมถึงการเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือครอบครัว
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุมาตรการดังกล่าวในเอกสารทางการทูตที่ลงวันที่ 18 ส.ค. และส่งถึงสถานทูตและสถานกงสุลของสหรัฐฯ โดยถือเป็นการขยายมาตรการก่อนหน้านี้ที่ใช้เฉพาะกับผู้อยู่อาศัยในฉนวนกาซาเท่านั้น ทว่าปัจจุบันนโยบายนี้มุ่งเป้าไปที่ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์และทั่วชุมชนผู้พลัดถิ่นด้วย
ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม รัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนวีซ่าของสมาชิกองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) และองค์การบริหารปาเลสไตน์ (PA) ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ที่จะมีขึ้นในนิวยอร์กได้
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีพื้นฐานมาจากข้อกังวลด้านความมั่นคงระดับชาติ โดยชี้ว่าผู้นำปาเลสไตน์ล้มเหลวในการปฏิเสธการก่อการร้าย