
(แฟ้มภาพซินหัว : การแสดงรำไทยชุด "สายธารอารยธรรม : ท่วงทำนองความกลมกลืนจีน-ไทย" ของคณะนักเรียนจากโรงเรียนสามชัยวิเทศศึกษาในจังหวัดสมุทรสาคร ณ งานสัปดาห์ความร่วมมือทางการศึกษาจีน-อาเซียน ปี 2025 ในมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน)
กุ้ยหยาง, 31 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ นักเรียนชาวไทยคนหนึ่งได้สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานสัปดาห์ความร่วมมือทางการศึกษาจีน-อาเซียน ปี 2025 ในเขตใหม่กุ้ยอัน มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ด้วยทักษะการสื่อสารภาษาจีนอย่างคล่องแคล่ว ขณะภาษาจีนกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงจีน-ไทย รวมถึงจีน-อาเซียน พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเปิดโอกาสใหม่ๆ แก่เยาวชนคนวัยหนุ่มสาว
ณิชกุล ยิ่งเกียรติคุณ หรือ "หนีอิง" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนสามชัยวิเทศศึกษาในจังหวัดสมุทรสาคร ได้เดินทางเยือนจีนเป็นครั้งแรกหลังจากร่ำเรียนภาษาจีนในไทยมานาน 6 ปี โดยณิชกุลเริ่มต้นสนใจภาษาจีนและคาดหวังจะเรียนต่อที่จีนในอนาคต หลังจากเห็นพี่สาวศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยหนานไคในนครเทียนจิน บวกกับเพื่อนชาวจีนที่โรงเรียนฯ มักพูดถึงอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวของจีนให้ฟังเป็นประจำ
ช่วงสัปดาห์ความร่วมมือทางการศึกษาจีน-อาเซียน ณิชกุลและนักเรียนชาวไทยอีกกว่า 30 คน ได้ทำการแสดงรำไทยชุด "สายธารอารยธรรม : ท่วงทำนองความกลมกลืนจีน-ไทย" ซึ่งเธอเผยว่าโอกาสในครั้งนี้ทำให้ได้ฝึกฝนภาษาจีน ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และสัมผัสประสบการณ์ใช้ชีวิตในจีนด้วยตนเอง ทำให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าภาษาเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือจีน-ไทย และการเข้าใจภาษาช่วยเสริมสร้างความรู้สึกร่วมกันมากขึ้น
ทั้งนี้ ณิชกุลมองว่าการเรียนภาษาจีนนั้นคุ้มค่ามาก ไม่เพียงสามารถสื่อสารกับเพื่อนชาวจีน แต่ยังช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมอย่างลึกซึ้ง และสามารถใช้ทักษะทางภาษานี้หางานที่อยากทำในอนาคตอีกด้วย
สุวภัทร พันธ์โภชน์ หรือ "เกาลี่น่า" หญิงชาวไทยที่เกิดหลังปี 1990 ผู้เรียนจบปริญญาตรีสาขาภาษาจีนในไทย และเพิ่งได้เรียนจบปริญญาโทสาขาภาษาศาสตร์และภาษาศาสตร์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยครูกุ้ยโจวในเดือนกรกฎาคมนี้ กล่าวว่าหลักสูตรการศึกษาของจีนนั้นหลากหลายและครอบคลุมรอบด้าน บรรยากาศห้องเรียนเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น อาจารย์ส่งเสริมนักศึกษาแสดงความเห็น ซึ่งช่วยให้เรียนรู้อย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันสุวภัทรสื่อสารภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถใช้ภาษาจีนในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศจีน ซึ่งเธอมองว่ามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว รวมถึงเต็มไปด้วยพลังความมีชีวิตชีวาและโอกาสใหม่ๆ โดยสุวภัทรเลือกกลับไทยหลังจากเรียนจบเพื่อเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนตามความใฝ่ฝัน ส่งต่อวิชาความรู้ทางภาษาและวัฒนธรรมจีนที่เล่าเรียนสู่นักเรียนไทย ให้พวกเขามีโอกาสมาเรียนที่จีนเช่นเดียวกับเธอ
แพรวา ปรางโท้ หรือ "เสี่ยวหวา" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนสามชัยวิเทศศึกษา เผยว่าแรงจูงใจในการเรียนภาษาจีนมาจากธุรกิจของครอบครัว เพราะคุณพ่อเป็นเจ้าของบริษัทสองแห่งที่ทำธุรกิจกับจีน แต่ไม่มีใครในบ้านสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ คุณพ่อจึงแนะนำให้เรียนภาษาจีนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้ภาษาจีนกลายเป็นวิชาที่เธอรัก และที่ผ่านมาเคยเดินทางเยือนจีน 3 ครั้งแล้ว
อนึ่ง จำนวนผู้เข้าสอบวัดระดับภาษาจีนเอชเอสเค (HSK) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี และจำนวนผู้เข้าสอบทั่วโลกในปี 2024 สูงกว่า 8.1 แสนคน ขณะเดียวกันมี 85 ประเทศที่บรรจุภาษาจีนเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับชาติ รวมถึงมีผู้เรียนและผู้ใช้ภาษาจีนในนานาประเทศสูงกว่า 200 ล้านคน เมื่อนับถึงเดือนกันยายน 2024
ดร. สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการของไทย กล่าวว่าการพัฒนาการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ขณะภาษาจีนมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันไทยได้บรรจุวิชาภาษาจีนเข้าสู่ระบบการศึกษาของประเทศ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาที่บูรณาการภาษาจีนเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อวางรากฐานอันแข็งแกร่งแก่การเติบโตและการพัฒนาของนักเรียนไทย

(ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : สุวภัทร พันธ์โภชน์ หรือ "เกาลี่น่า" หญิงชาวไทย ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยครูกุ้ยโจว เดินทางท่องเที่ยวอำเภอหลีผิง มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน)