
ปักกิ่ง, 3 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) หรือธนาคารกลางจีน ประกาศเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักมาเป็น อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะข้ามคืน (overnight reverse repo rate) พร้อมอัดฉีดสภาพคล่องเงินผ่านธุรกรรมดังกล่าวเป็นมูลค่า 5.41 แสนล้านหยวน (ราว 2.74 ล้านล้านบาท)
ธุรกรรมรอบนี้ กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 1.25 ผ่านระบบการประมูลแบบกำหนดอัตราคงที่ (fixed-rate, quantity-based bidding) นับเป็นการเริ่มใช้กลไกใหม่เป็นครั้งแรกหลังจากที่ธนาคารกลางประกาศปรับปรุงเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา
ธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรระยะข้ามคืน เป็นเครื่องมือเสริมสภาพคล่องแก่ระบบธนาคาร โดยธนาคารกลางจะเข้าซื้อตราสารหนี้ หรือ หลักทรัพย์จากสถาบันการเงิน พร้อมทำสัญญาว่า จะขายคืนในวันทำการถัดไป ซึ่งภายใต้กลไกใหม่นี้ PBOC จะดำเนินธุรกรรมซื้อคืนระยะข้ามคืนในทุกวันทำการ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินงานผ่านตลาดการเงิน (OMOs)
สำหรับเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ที่เคยผูกโยงกับอัตราดอกเบี้ยระยะ 7 วัน เช่น ธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรชั่วคราว จะเปลี่ยนมาอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยระยะข้ามคืนแทน โดยยังคงรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (spread) เดิมไว้
นักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ช่วยเสริมประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายการเงินผ่านกลไกราคา (price-based regulation) ด้วยการใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีอายุสั้นลง พร้อมสร้างอัตราอ้างอิงที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกเครื่องมือ สอดรับกับทิศทางของธนาคารกลาง ที่หันมาให้ความสำคัญกับอัตราดอกเบี้ยและกลไกราคา มากกว่าการควบคุมเป้าหมายเชิงปริมาณ
ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม พานกงเซิ่ง ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน กล่าวในงานสัมมนาว่า ธนาคารกลางมีแนวคิดปรับเปลี่ยนอายุธุรกรรมตลาดการเงินหลักมาเป็นระยะข้ามคืนในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ย และยกให้อัตราดอกเบี้ยระยะข้ามคืนขึ้นเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก พร้อมยืนยันว่า ธนาคารกลางจะเดินหน้าพัฒนากรอบนโยบายการเงินต่อไปเพื่อเน้นการกำกับดูแลผ่านกลไกดอกเบี้ยเป็นสำคัญ
จางซวี่ นักวิเคราะห์จากเอเวอร์ไบรต์ ซีเคียวริตีส์ (Everbright Securities) ระบุว่าการใช้อัตราดอกเบี้ยระยะข้ามคืนเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลักจะทำให้ตลาดมองเห็นทิศทางนโยบายชัดเจนขึ้น ช่วยสกัดความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยที่ไร้เหตุผล และช่วยให้การส่งสัญญาณนโยบายการเงินไปสู่ตลาดทำได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
หวังเจี้ยน นักวิเคราะห์จากกัวเซิน ซีเคียวริตีส์ (Guosen Securities) ชี้ว่า การปรับเปลี่ยนนี้มีความหมายมากกว่าแค่การย่นระยะเวลาทำธุรกรรมจาก 7 วันมาเป็นข้ามคืน แต่จะช่วยให้การส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปยังตลาดเงิน ตลอดจนต้นทุนการกู้ยืมในภาคเศรษฐกิจจริงเป็นไปอย่างคล่องตัว อัตราดอกเบี้ยสามารถตอบสนองต่ออุปสงค์และอุปทานของสภาพคล่องได้อย่างทันท่วงที และช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจากการควบคุมเชิงปริมาณไปสู่การใช้กลไกราคาได้อย่างมั่นคง
ต่งซีเหมี่ยว หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเมอร์แชนต์ส ยูเนียน คอนซูเมอร์ ไฟแนนซ์ (Merchants Union Consumer Finance) กล่าวเสริมว่า การทำธุรกรรมระยะข้ามคืนในทุกวันทำการจะช่วยลดความผิดเพี้ยนของสัญญาณดอกเบี้ย โดยเฉพาะช่วงฤดูชำระภาษีและช่วงสิ้นเดือน
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352796.html)