
ปารีส, 1 พ.ย. (ซินหัว) -- หนังสือพิมพ์เลอมงด์ของฝรั่งเศส รายงานโดยอ้างอิงตัวเลขจากกระทรวงกิจการภายใน ว่ามีประชาชนราว 320,000 คน เข้าร่วมการประท้วงระลอกใหม่ทั่วประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์ (31 ต.ค.) ที่ผ่านมา
กระทรวงกิจการภายในระบุว่า จำนวนผู้ชุมนุมประท้วงในกรุงปารีสอยู่ที่ 70,000 คน เมื่อนับถึงเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม สหภาพเยาวชนและสมาคมเยาวชนต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและนักศึกษามหาวิทยาลัยประเมินยอดผู้เข้าร่วมการชุมนุมทั่วประเทศไว้ที่เกือบ 500,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ชุมนุมในกรุงปารีสราว 200,000 คน
การประท้วงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งสาธารณะในกรุงปารีส โดยผู้ให้บริการระบบฯ (RATP) ประกาศผ่านเว็บไซต์ว่ามีการปิดให้บริการสถานีรถไฟใต้ดินมากกว่า 40 แห่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
แม้การชุมนุมประท้วงส่วนใหญ่จะดำเนินไปอย่างสงบ แต่การสลายกลุ่มผู้ประท้วงได้นำไปสู่สถานการณ์ตึงเครียดในหลายเมือง โดยเลอมงด์รายงานว่า เกิดเหตุปะทะกันในกรุงปารีสบริเวณใกล้กับสถานีปอร์ต เดอ ชาร็องตง (Porte de Charenton) ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการเดินขบวนที่ได้รับอนุญาตจากทางการ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงแก๊สน้ำตาตอบโต้
การประท้วงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถือเป็นการชุมนุมใหญ่ระลอกที่ 3 ในฝรั่งเศสนับตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. เป็นต้นมา โดยมีการระดมกำลังตำรวจและสารวัตรทหาร (Gendarmes) ราว 70,000 นายทั่วประเทศ เพื่อรักษาความปลอดภัยตลอดช่วงเวลาการชุมนุม