
(แฟ้มภาพซินหัว : ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงบิชเคกของคีร์กีซสถาน วันที่ 15 ม.ค. 2026)
บิชเคก, 21 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ โทลอนเบก อับดีรอฟ อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และรองอธิการบดีสถาบันแพทยศาสตร์นานาชาติในคีร์กีซสถาน แสดงความคิดเห็นว่า การขจัดความยากจนขั้นสูงสุดของจีนถือเป็นผลสำเร็จอันมีนัยสำคัญ โดยความสำเร็จของจีนในการนำพาประชาชนหลายร้อยล้านคนออกจากความยากจนไม่ได้เกิดจากโครงการสนับสนุนทางสังคมของรัฐบาลจีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลจากการสร้างความเป็นอุตสาหกรรมขนานใหญ่ โอกาสมีงานทำที่ดีขึ้น และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และพื้นที่ชนบททั่วจีน
อับดีรอฟให้สัมภาษณ์ก่อนวันขจัดความยากจนสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 17 ต.ค. ของทุกปีไว้ว่า ประสบการณ์ของจีนสะท้อนให้เห็นว่า ไม่สามารถเอาชนะความยากจนด้วยการแจกเงินสวัสดิการเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องสร้างเงื่อนไขที่ประชาชนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงชีพด้วยตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับบทบาทของจีนในความพยายามลดความยากจนระดับนานาชาติ อับดีรอฟระบุว่า แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) แผนริเริ่มการพัฒนาโลก (GDI) และความร่วมมือกับนานาประเทศในแอฟริกา เอเชีย และภูมิภาคอื่นๆ ทำให้จีนมีส่วนร่วมในการก่อสร้างถนนหนทาง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาการเกษตร
อับดีรอฟมองว่า คุณูปการของจีนต่อการลดความยากจนทั่วโลกไม่ควรถูกชี้วัดด้วยปริมาณการลงทุนหรือจำนวนสิ่งปลูกสร้าง แต่ควรชี้วัดด้วยผลสำเร็จจากความร่วมมือดังกล่าวที่ช่วยให้นานาประเทศได้พัฒนาตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพ และยกระดับมาตรการชีวิตความเป็นอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ อับดีรอฟทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือกับจีนจะช่วยให้คีร์กีซสถานสามารถพัฒนาระเบียงการขนส่ง ภาคพลังงาน อุตสาหกรรมแปรรูป และภาคการเกษตรของประเทศ
(ที่มา: https://eng.yidaiyilu.gov.cn/p/0HJD8PUP.html)