
(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานไลฟ์สดโปรโมตขนมไหว้พระจันทร์ที่บริษัทอาหารแห่งหนึ่ง ในเมืองเสวียนเวย มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 3 ก.ย. 2026)
ปักกิ่ง, 7 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อเทศกาลไหว้พระจันทร์ใกล้แวะเวียนมาถึง ขนมไหว้พระจันทร์ซึ่งเป็นอาหารเลิศรสประจำเทศกาลอันสืบทอดมาอย่างยาวนานของจีน ก็มีขนาดเล็กลง เบาขึ้น บรรจุภัณฑ์เรียบง่ายยิ่งขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น
ตลอดหลายยุคสมัย ขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมสอดไส้เม็ดบัว ไข่เค็ม และถั่วรวม มักเป็นของอร่อยยอดนิยมประจำเทศกาล ทว่าเมื่อระดับค่าครองชีพและความตระหนักด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงหันมามองหาทางเลือกที่ย่อยง่ายและมีโภชนาการสมดุลยิ่งขึ้น
ที่ร้านเบเกอรีแห่งหนึ่งในเมืองไท่หยวน มณฑลชานซีทางตอนเหนือของจีน ลูกค้าต่างกำลังเลือกซื้อขนมไหว้พระจันทร์สูตรน้ำตาลน้อยและสูตรธัญพืชรวมบนชั้นวาง โดยลูกค้ารายหนึ่งเปิดเผยว่า ขนมแบบดั้งเดิมมักมีขนาดใหญ่ ทั้งยังหวานและมันเกินไป ขนมชิ้นเล็กสูตรน้ำตาลน้อยจึงตอบโจทย์ความต้องการของเธอได้ดีกว่า
ผู้บริหารโรงงานขนมไหว้พระจันทร์ในอำเภอเสินฉือ แหล่งผลิตรายใหญ่ของมณฑลชานซี เผยว่าพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนเทรนด์ฮิตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งกดดันให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวหันมาเน้นขนาดจิ๋วมากขึ้น
เดิมทีขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมมีขนาดใหญ่และรสชาติเข้มข้น เพื่อใช้เสริมสารอาหารในยุคที่อาหารยังขาดแคลน ทว่าเมื่อระดับการครองชีพดีขึ้น ขนมชนิดนี้จึงกลายเป็นเพียงของว่างทานเล่น ร้านของเธอจึงทยอยปรับลดขนาดลง จากเดิมชิ้นละ 120 กรัม เหลือ 100 กรัม และปัจจุบันย่อลงมาอยู่ที่เพียง 50-80 กรัมเท่านั้น
นอกจากนี้ ยอดขายขนมกล่องละ 8 ชิ้นยังค่อยๆ แซงหน้ากล่องละ 20 ชิ้น เนื่องจากผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อตามจำนวนสมาชิกในครอบครัวและความต้องการจริง แทนการซื้อกล่องใหญ่เน้นความหรูหราอลังการเหมือนในอดีต
เทรนด์สูตรอาหารเพื่อสุขภาพกำลังไปในทิศทางเดียวกัน เห็นได้จากร้านแฟล็กชิปของแบรนด์ขนมชั้นนำบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแห่งหนึ่ง มียอดขายขนมไหว้พระจันทร์สูตรน้ำตาลน้อยทะลุ 300,000 ชิ้น โดยฝ่ายบริการลูกค้าเปิดเผยว่ายอดขายของประเภทน้ำตาลน้อยกำลังไล่ตามขนมแบบดั้งเดิมมาอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน ได้ต่อยอดไปอีกขั้นด้วยขนมไหว้พระจันทร์ทำมือที่พัฒนาขึ้นโดยแผนกโภชนาการคลินิก ซึ่งนำวัตถุดิบสมุนไพรจีน เช่น มันเทศจีน เปลือกส้มตากแห้ง งาบด และส่วนผสมยาจีนโบราณอื่นๆ มาปรับใช้ตามแนวคิด "อาหารเป็นยา" จนได้รับความนิยมอย่างมากในห้องอาหารของโรงพยาบาล
รายงานปี 2026 ของไอไอมีเดีย รีเสิร์ช (iiMedia Research) ระบุว่า ผลิตภัณฑ์น้ำตาลน้อยจะยังคงเป็นทิศทางหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยสารทดแทนความหวานจากธรรมชาติ วัตถุดิบที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low-GI) สูตรอาหารที่ทำจากพืช (Plant-based) และโพรไบโอติกส์ กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบของบรรจุภัณฑ์และพฤติกรรมการบริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน กล่องของขวัญที่ตกแต่งประดิดประดอยอย่างหรูหราเคยผูกติดกับการมอบของขวัญในเทศกาลไหว้พระจันทร์มาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์กระดาษที่เรียบง่ายและกล่องขนาดกะทัดรัดกลับได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับตัวผลิตภัณฑ์มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
สำหรับผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงอาหารเลิศรสประจำเทศกาลสำหรับรับประทานร่วมกับครอบครัวเท่านั้น แต่ยังกลายมาเป็นของว่างในที่ทำงานหรือของหวานยามบ่ายได้อีกด้วย
บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนอย่าง เสี่ยวหงชู (Xiaohongshu) บรรดาครีเอเตอร์เจนซีได้โพสต์วิดีโอพาย ไอศกรีม หรือแม้กระทั่งชีสเบอร์เกอร์ที่ถูกปั้นและขึ้นรูปเป็นทรงขนมไหว้พระจันทร์ จนคว้ายอดไลก์ไปได้นับพัน ส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่างขนมไหว้พระจันทร์กับขนมอบและของว่างประเภทอื่นๆ เริ่มเลือนหายและไปเรื่อยๆ
สำหรับผู้ผลิตสินค้าแบบดั้งเดิม นวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การคิดค้นรสชาติใหม่ๆ หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดสายตาอีกต่อไป แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างส่วนผสม สูตรอาหาร ขนาดต่อชิ้น บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนบริบทการบริโภค
การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนถึงความพยายามในภาพรวมที่จะยกระดับการบริโภคและตอบสนองความต้องการของผู้คนที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของแผนการขยายการบริโภคช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ในด้านการยกระดับการบริโภคสินค้า และเพิ่มความหลากหลายของบริบทการบริโภค รวมถึงส่งเสริมการบริโภคเพื่อสุขภาพ
ตลาดขนมไหว้พระจันทร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้นกำลังหล่อหลอมพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนขึ้นใหม่ ทั้งการเปลี่ยนจากเน้นปริมาณมาเป็นเน้นคุณภาพ เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่หรูหรามาเป็นการให้ความสำคัญกับตัวผลิตภัณฑ์ และเปลี่ยนจากการซื้อเฉพาะช่วงเทศกาลมาสู่การเป็นของว่างทานเล่นทั่วไปที่ตอบโจทย์รสนิยมเฉพาะบุคคล
(ที่มา: https://eng.yidaiyilu.gov.cn/p/07D202FG.html)