
(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศในห้องปฏิบัติการภายในศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ไบโอนิก เมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 7 ก.ย. 2026)
เบอร์ลิน, 29 ก.ย. (ซินหัว) -- ซูซาน บีลเลอร์ (Susanne Bieller) เลขาธิการสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวซินหัวเมื่อไม่นานมานี้ ว่า จีนกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นขุมพลังระดับโลกด้านหุ่นยนต์ โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการนำหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้อย่างรวดเร็วในหลากหลายอุตสาหกรรม ตลอดจนตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น และยุทธศาสตร์ระดับชาติที่สนับสนุนด้านหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนี เป็นตัวแทนของผู้ผลิตและสถาบันวิจัยด้านหุ่นยนต์ทั่วโลก และทำการตีพิมพ์รายงานหุ่นยนต์โลกเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามแนวโน้มระดับโลกในการนำหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมาใช้งาน
ข้อมูลในรายงานหุ่นยนต์โลกประจำปี 2026 (World Robotics 2026) ระบุว่า จีนได้ติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำนวน 354,000 ตัวในปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นร้อยละ 59 ของยอดการติดตั้งทั่วโลก ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าสถิติสูงสุดรายปีครั้งก่อนเกือบ 60,000 ตัว ซึ่งยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของจีน ในฐานะตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

บีลเลอร์กล่าวว่า หลายปัจจัยกำลังขับเคลื่อนความต้องการดังกล่าว อาทิ การปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัย การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ และนโยบายอุตสาหกรรมและยุทธศาสตร์ระดับชาติสำหรับด้านหุ่นยนต์ของประเทศ เธอกล่าวว่ายุทธศาสตร์นี้ได้รับการไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี และบริษัทต่างๆ กำลังเปิดรับเทคโนโลยีและสำรวจการใช้งานใหม่ๆ ดังจะเห็นได้จากความสนใจต่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ บีลเลอร์ระบุว่าสหพันธ์ฯ มองว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน (2026-2030) ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี การปรับปรุงอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้ทันสมัย และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในโลกกายภาพ โดยสหพันธ์ฯ คาดการณ์ว่า ตลาดจีนจะสามารถรักษาการเติบโตเฉลี่ยต่อปีไว้ที่ประมาณร้อยละ 5-10 ไปจนถึงปี 2029
ผู้ให้บริการและผู้ผลิตภายในประเทศจีนยังมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยยอดการติดตั้งหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ในปี 2025 สู่ระดับ 195,000 ตัว ส่งผลให้ครองสัดส่วนราวร้อยละ 55 ของตลาดจีน

บีลเลอร์กล่าวว่า บริษัทจีนมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และการเติบโตดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงไม่กี่อุตสาหกรรมเท่านั้น โดยยกให้โลจิสติกส์เป็นหนึ่งในสาขาที่มีศักยภาพสูง รวมถึงระบุว่ายานยนต์ประเภทอื่น นอกเหนือจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล อาหาร สิ่งทอ และกระดาษ ต่างมีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มเติมได้เช่นกัน
บีลเลอร์กล่าวเสริมว่า บริษัทจีนได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างพอดี ซึ่งถือเป็นจุดแข็งในการปรับแต่งโซลูชันให้เหมาะสมกับแต่ละตลาด

บทบาทของผู้ผลิตจีนที่เปลี่ยนไปยังสามารถเห็นได้ชัดเจนเช่นกัน ในระหว่างการเดินทางเยือนเมืองเซินเจิ้นเมื่อเดือนเมษายน บีลเลอร์ได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานของเอ็กซ์เผิง (XPeng) ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และเห็นการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการผลิตยานยนต์ เธอกล่าวว่า เอ็กซ์เผิงเป็นทั้งลูกค้าผู้ใช้งานหุ่นยนต์โรงงาน และเป็นผู้พัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาตลอดจนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในเวลาเดียวกัน
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352370.html)