
(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศภายในร้านดีเจไอ ที่ศูนย์การค้ามิกซ์ซี ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน วันที่ 30 เม.ย. 2025)
เซินเจิ้น, 10 ก.ย. (ซินหัว) -- แอนนาเบล เกรนเจอร์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ภายในร้านเรือธงของดีเจไอ (DJI) ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน เพื่อส่งให้เพื่อนๆ ในประเทศบ้านเกิดดู พร้อมกล่าวว่าพวกเขาน่าจะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
เมืองเซินเจิ้นกลายเป็นจุดดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและผู้หลงใหลในเทคโนโลยีจากทั่วโลก โดยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างแว่นตาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เครื่องพิมพ์ 3 มิติปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ โดรน และกล้องพร้อมไม้กันสั่นต่างได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรม (Instagram) และติ๊กต็อก (Tiktok)
ในปีนี้ หัวเฉียงเป่ย ตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ของเซินเจิ้น ต้อนรับผู้ซื้อชาวต่างชาติเกือบ 8,000 คนต่อวัน โดยช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา ยอดขายผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่ดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 55 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยยอดขายแว่นตาปัญญาประดิษฐ์เพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่ยอดขายโดรนและหุ่นยนต์เติบโตขึ้นร้อยละ 60-70
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์และการรวมตัวกันอย่างหนาแน่นของกลุ่มธุรกิจในหัวเฉียงเป่ย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ชิปปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาเอเจนต์ การติดตั้งโมเดลประมวลผลบนอุปกรณ์ ไปจนถึงการทดสอบการใช้งาน ส่งผลให้เกิดการผสานรวมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับฮาร์ดแวร์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนรับชมการบินสาธิตของอากาศยานขึ้นบิน-ลงจอดแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า บนถนนในเขตหัวเฉียงเป่ย เมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน วันที่ 2 พ.ค. 2026)
เฮงก์ เวอร์เนอร์ วิศวกรชาวดัตช์ ระบุว่า การสร้างต้นแบบที่ต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ในยุโรป สามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาเพียงครึ่งวันในเซินเจิ้น ขณะที่เหลิ่งเสี่ยวคุน ผู้ก่อตั้งเล่อจวี้ โรโบติกส์ (Leju Robotics) ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของเซินเจิ้นในการรวบรวมซัพพลายเออร์และบรรลุข้อตกลงความร่วมมือได้ภายในวันเดียว โดยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นควาฟู่ (Kuafu) ของบริษัทเขา สามารถจัดหาชิ้นส่วนหลักจากภายในประเทศได้สูงถึงร้อยละ 95 ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเร่งการส่งสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในเทคโนโลยีขั้นสูง เขตหนานซานจึงได้จัดตั้งกองทุนเมล็ดพันธุ์ และกองทุนแองเจิล (angel fund) รวมมูลค่า 500 ล้านหยวน (ราว 2.45 พันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัปในระยะเริ่มต้น โดยเหลิ่งระบุว่า แม้การวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะยังไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนอีกนานหลายปี แต่เงินทุนระยะยาว (patient capital) ของเซินเจิ้นก็ช่วยสนับสนุนให้เกิดการวิวัฒนาการและก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
บรรดาบริษัทเทคโนโลยีได้ส่งออกอุปกรณ์ประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และผลิตภัณฑ์อัจฉริยะไปยังอเมริกาเหนือและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศในเขตหลงหัวนอกจากนี้ เซินเจิ้นยังได้สร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงแพลตฟอร์มทดลองการตรวจสอบข้อมูลข้ามพรมแดนระหว่างเซินเจิ้น-สิงคโปร์ เพื่อรองรับการไหลเวียนของข้อมูลอย่างปลอดภัยในระบบปัญญาประดิษฐ์
ในฐานะหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของจีน เซินเจิ้นเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ทศวรรษจนก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านนวัตกรรมและการผลิต
ทั้งนี้ จีนมีบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์มากกว่า 6,000 แห่งในปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าผลผลิตในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์หลักๆ ถูกคาดการณ์ว่าจะสูงกว่า 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 5.88 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 30 เมื่อเทียบปีต่อปี
ในปี 2025 จีนมีผู้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 140 ราย และมีการจัดส่งออกสู่ตลาดจำนวน 14,400 ตัว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 84.7 ของตลาดทั่วโลก
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352104.html)