

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ในเขตใหม่สยงอัน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 27 มี.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 24 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ จีนประกาศปรับปรุงกฎระเบียบระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อที่อยู่อาศัย (Housing Provident Fund) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. นี้ เป็นต้นไป โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปโครงสร้างการเงินเพื่อที่อยู่อาศัย ที่มีมาอย่างยาวนาน ให้สอดรับกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่
การปรับปรุงแก้ไขในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทางเลือกในการถอนเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุน ยกระดับการป้องกันความเสี่ยง และขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมแรงงานจำนวนมากขึ้น นับเป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญของระบบที่จีนใช้งานมานานกว่าสองทศวรรษ และปัจจุบันครอบคลุมแรงงานราว 180 ล้านคน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการปรับปรุงกฎระเบียบดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นความต้องการด้านที่อยู่อาศัย และสนับสนุนให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความมั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อที่อยู่อาศัยของจีน คือ ระบบการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐ ซึ่งระดมทุนจากการจ่ายสมทบรายเดือนแบบบังคับของนายจ้างและลูกจ้าง โดยจัดตั้งขึ้นในช่วงที่เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วในทศวรรษ 1990 แม้ระบบนี้จะช่วยให้แรงงานในเมืองหลายล้านคนมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ระบบที่ออกแบบขึ้นโดยเน้นการซื้อบ้านเป็นหลักตั้งแต่แรกเริ่ม เริ่มไม่สอดคล้องกับตลาดที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน อีกทั้งข้อจำกัดในการถอนเงินยังทำให้เงินออมจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์เป็นเวลานาน
กระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมือง-ชนบทของจีน เผยว่า ณ สิ้นปี 2024 ยอดเงินคงเหลือในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีจำนวนรวมราว 10.93 ล้านล้านหยวน (ราว 55 ล้านล้านบาท) สะท้อนถึงศักยภาพในการนำเงินออกมาใช้ประโยชน์ในการสร้างสภาพคล่อง
กฎระเบียบฉบับแก้ไขได้ขยายประเภทการถอนเงินที่เข้าเกณฑ์จาก 6 ประเภท เป็น 9 ประเภท เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเพิ่มการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยเอง ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ
การปฏิรูปยังมุ่งปรับระบบให้สอดรับกับตลาดแรงงานของจีนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานพาร์ตไทม์ และผู้มีรูปแบบการจ้างงานแบบยืดหยุ่นอื่นๆ จะได้รับอนุญาตให้ส่งเงินสมทบเข้าระบบได้ตามความสมัครใจ พร้อมรับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับแรงงานยืดหยุ่นกลุ่มนี้ให้เข้าร่วมได้มากกว่า 200 ล้านคน นอกจากนี้ ประวัติการส่งเงินสมทบจะได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ช่วยให้การโอนย้ายบัญชีและการยื่นขอสินเชื่อข้ามเมืองทำได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
เฉินเหวินจิ้ง จากสถาบันวิจัยดัชนีอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศจีนระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนอกจากจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาคล้สเตอร์เมืองและเขตมหานครแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงานและปัจจัยการผลิตอื่นๆ ให้เป็นไปอย่างเสรีมากยิ่งขึ้น
การปรับปรุงแก้ไขครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อยู่อาศัยในภาพกว้างของจีน ซึ่งปรับทิศทางจากการสร้างบ้านใหม่ไปสู่การยกระดับและปรับปรุงบ้านที่มีอยู่เดิม ตามที่มีการเน้นย้ำในการประชุมงานเศรษฐกิจส่วนกลาง (Central Economic Work Conference) เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และสะท้อนอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) ของจีน
ทั้งนี้ ในปี 2026 มีเมืองต่างๆ มากกว่า 60 แห่ง ในจีนที่ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของตน ผ่านการปรับเพิ่มวงเงินกู้ ลดเงินดาวน์ ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การถอนเงิน และขยายขอบเขตความคุ้มครองให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น เมืองหวยเป่ย มณฑลอันฮุย ซึ่งอนุญาตให้ถอนเงินเพื่อนำไปใช้ปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุและเด็กได้ ขณะที่เมืองจูไห่ มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) พนักงานสามารถใช้เงินกองทุนเพื่อปรับปรุงบ้านของคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรได้
หลี่อวี่เจีย จากศูนย์วิจัยนโยบายการที่อยู่อาศัยมณฑลกว่างตงระบุว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามในภาพรวมที่ต้องการให้กองทุนตอบสนองต่อความต้องการด้านที่อยู่อาศัยอันหลากหลายของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยปรับเปลี่ยนจากเครื่องมือที่เน้นการซื้อบ้านเป็นหลัก ไปสู่การสนับสนุนที่ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การซื้อ การเช่า ไปจนถึงการปรับปรุงและการดูแลรักษา
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351856.html)