

กุ้ยหยาง, 18 ส.ค. (ซินหัว) – ท่ามกลางคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วจีน มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งมีภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) ได้ชูจุดขายใหม่ด้วยการเปิดถ้ำใต้ดินอันเย็นสบายต้อนรับนักท่องเที่ยว
การเดินทางมาสำรวจถ้ำธรรมชาตินี้นอกจากจะช่วยคลายร้อนแล้ว การที่ภายในถ้ำไร้สัญญาณโทรศัพท์มือถือยังช่วยให้ผู้คนได้พักผ่อนหลีกหนีจากความวุ่นวายได้อย่างเต็มที่
การท่องเที่ยวลักษณะนี้ กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ของจีนช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ช่วยกระตุ้นทั้งการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอย โดยคลิปวิดีโอพร้อมแฮชแท็กเกี่ยวกับการสำรวจถ้ำในกุ้ยโจวต่างได้รับยอดกดถูกใจหลายล้านครั้งบนโซเชียลมีเดีย ขณะที่หัวข้อที่เกี่ยวข้องมียอดเข้าชมทะลุหลักร้อยล้านครั้ง
กว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ภูเขาในกุ้ยโจวเป็นภูมิประเทศแบบคาสต์ ซึ่งมีการค้นพบทางเข้าถ้ำมากกว่า 42,000 แห่ง หน่วยงานท้องถิ่นจึงนำทรัพยากรธรรมชาตินี้มาต่อยอดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในถ้ำหลากสไตล์ ตั้งแต่กีฬาผจญภัย การล่องเรือในแม่น้ำใต้ดินที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ ไปจนถึงการเที่ยวแบบผ่อนคลายที่เน้นการรับประทานอาหารตามธีม

ในอำเภอกุ้ยติ้ง สองนักสำรวจถ้ำผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านการกู้ภัยในถ้ำ ได้สร้างธุรกิจท่องเที่ยวเชิงผจญภัยใน "ถ้ำสแปร์โรว์" (Sparrow Cave) โดยติดตั้งซิปไลน์หรือการโหนสลิง สะพานเชือกไต่ระดับ และเส้นทางปีนเขาแบบเวีย เฟอร์ราตา (Via Ferrata) ไปตามโถงถ้ำธรรมชาติ เพื่อยกระดับธุรกิจให้มีความเป็นมืออาชีพ พวกเขาได้ศึกษาการออกแบบเส้นทางในถ้ำและมาตรฐานความปลอดภัยจากต่างประเทศ ทั้งในฮังการีและสเปน
หนึ่งในผู้ก่อตั้งย้อนความทรงจำว่าการสำรวจถ้ำเคยได้รับความสนใจน้อยมากในปี 2018 แต่พอถึงปี 2023 ความต้องการกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้กระทั่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ปัจจุบันบริเวณปากถ้ำเปิดเป็นคาเฟ่ โดยมีเส้นทางปีนเขาทอดตัวลึกเข้าไปด้านใน ซึ่งนับตั้งแต่เปิดให้บริการรอบทดลองเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้แล้วมากกว่า 2,000 คน

การเติบโตของการท่องเที่ยวถ้ำยังสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ ให้กับคนหนุ่มสาวในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาด้านการกีฬาที่ในอดีตมีตัวเลือกอาชีพจำกัดเพียงการเป็นโค้ช นอกจากนี้ เทรนด์ดังกล่าวยังกระตุ้นให้แรงงานย้ายถิ่นตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นธุรกิจที่บ้านเกิด บางรายกลับมาชวนเพื่อนเปิดคาเฟ่ถ้ำ โดยเน้นรักษาทัศนียภาพทางธรรมชาติของถ้ำไว้เกือบทั้งหมดและตกแต่งเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปัจจุบันคาเฟ่แห่งนี้จำหน่ายกาแฟได้หลายร้อยแก้วต่อวันในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น
นอกจากมณฑลกุ้ยโจวแล้ว ภูมิภาคอื่นๆของจีน ยังนำทรัพยากรด้านสภาพอากาศที่เย็นสบายมาใช้ประโยชน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูร้อนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนในป่าของมณฑลเฮยหลงเจียง การท่องเที่ยวพื้นที่สูงในซีจ้าง (ทิเบต) ตลอดจนการท่องเที่ยวทุ่งหญ้าและขุนเขาในซินเจียง ซึ่งการเติบโตเช่นนี้สอดคล้องกับแผนยกระดับการบริโภคระดับชาติของจีน ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้รัฐบาลท้องถิ่นพัฒนาตัวเลือกการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละฤดูกาล

เพื่อสร้างสมดุลระหว่างกระแสการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ มณฑลกุ้ยโจวจึงได้เปิดตัวแผนการบริหารจัดการถ้ำคาร์สต์ฉบับใหม่ ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดประเภทถ้ำ การกำหนดขอบเขตการคุ้มครองระบบนิเวศ และการกำกับดูแลการพัฒนาพื้นที่ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยการเงินและการเศรษฐศาสตร์กุ้ยโจวระบุว่า ถ้ำคาร์สต์เป็นทรัพยากรทางธรณีวิทยาที่ไม่สามารถทดแทนได้ ดังนั้น การบริหารจัดการอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการรับประกันว่าชุมชนในท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351768.html)
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวดื่มด่ำกับการปีนเขาในถ้ำคาร์สต์ เมืองจุนอี้ มฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 7 ส.ค. 2026)