
จาการ์ตา, 16 ก.ค. (ซินหัว) -- ผู้ให้บริการรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุง หรือที่รู้จักกันในท้องถิ่นในชื่อ "วูช" (Whoosh) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างกรุงจาการ์ตากับเมืองบันดุงในจังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซียเผยว่า รถไฟความเร็วสูงสายนี้ได้เดินรถอย่างปลอดภัยครบ 1,000 วันแล้วเมื่อวันอาทิตย์ (12 ก.ค.) ที่ผ่านมา
บริษัท เคเรตา เซปัต อินโดนีเซีย ไชน่า หรือ เคซีไอซี (KCIC) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ รถไฟความเร็วสูงสายนี้ได้รองรับการเดินทางของผู้โดยสารแล้วมากกว่า 16.58 ล้านครั้ง โดยขบวนรถรางไฟฟ้าได้วิ่งให้บริการอย่างปลอดภัยเป็นระยะทางรวมกว่า 8.02 ล้านกิโลเมตร และภาพรวมของการดำเนินงานยังคงมีความมั่นคงและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทั้งนี้ รถไฟความเร็วสูงสายดังกล่าว เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกในอินโดนีเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2023
เคซีไอซี ระบุว่า เมื่อนับถึงวันอาทิตย์ (12 ก.ค.) มีการให้บริการขบวนรถไฟโดยสารรวมแล้วทั้งสิ้น 52,730 เที่ยว โดยจำนวนเที่ยวรถที่ให้บริการต่อวันได้เพิ่มขึ้นจาก 14 เที่ยวในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน มาเป็น 62 เที่ยวในปัจจุบัน ขณะที่ยังรักษาอัตราความตรงต่อเวลาไว้ได้สูงกว่าร้อยละ 95 หากดูยอดเฉลี่ยรายวัน ทางรถไฟจาการ์ตา-บันดุงรองรับการเดินทางของผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 16,000 ครั้งต่อวัน โดยยอดผู้โดยสารสูงสุดในหนึ่งวันแตะถึง 26,700 ราย
ผู้ให้บริการ ระบุว่า ทีมปฏิบัติงานร่วมซึ่งมีทั้งชาวจีนและชาวอินโดนีเซี ยได้นำประสบการณ์การบริหารจัดการรถไฟความเร็วสูงของจีนมาปรับใช้ เพื่อกำหนดกฎระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงานที่เหมาะสมกับเงื่อนไขในท้องถิ่น ครอบคลุมตั้งแต่การเดินรถไฟ การบำรุงรักษาอุปกรณ์ การบริการผู้โดยสาร ตลอดจนการจัดการด้านความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน บุคลากรด้านรถไฟความเร็วสูงในท้องถิ่นได้รับการฝึกอบรมผ่านหลักสูตรภาคทฤษฎี การฝึกซ้อมด้วยระบบจำลอง มีการฝึกสอนขณะปฏิบัติงานจริง ส่งผลให้มีพนักงานชาวอินโดนีเซียเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานขับรถไฟ พนักงานบริการผู้โดยสาร รวมถึงงานด้านการบำรุงรักษาและการจัดการด้านความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น
เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บทบาทของรถไฟความเร็วสูงสายนี้ในการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทางจึงมีชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ผู้ให้บริการได้เดินหน้าปรับปรุงระบบจำหน่ายตั๋ว การบริการบนขบวนรถและภายในสถานี รวมถึงการเชื่อมต่อระบบขนส่ง และได้เปิดตัวบริการรูปแบบใหม่ เช่น โปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับผู้เดินทางบ่อย ตั๋วกลุ่ม และตั๋วครอบครัว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เปิดให้บริการ มีผู้โดยสารชาวต่างชาติเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงสายนี้แล้วมากกว่า 866,500 คน ช่วยส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว การจัดเลี้ยง การค้าปลีก และโรงแรมตลอดเส้นทาง
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351304.html)