
(แฟ้มภาพซินหัว : ห้องรับรองผู้โดยสารเที่ยวบินขาออกระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานนาริตะ ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 30 พ.ย. 2021)
โตเกียว, 12 ก.ค. (ซินหัว) -- สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นอ้างอิงเจทีบี คอร์ป (JTB Corp.) บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ รายงานว่าการเดินทางขาออกจากญี่ปุ่นเพื่อท่องเที่ยวในช่วงหยุดฤดูร้อนของปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ก.ค.-31 ส.ค. มีแนวโน้มลดลงร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ราว 2.17 ล้านครั้ง เนื่องจากภาวะเงินเยนอ่อนค่าและราคาที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางท่องเที่ยว
รายงานระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางที่สูงขึ้นกำลังทำให้ชาวญี่ปุ่นยกเลิกไปจุดหมายปลายทางที่ไกลอย่างอเมริกาเหนือและออสเตรเลียมากขึ้น ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวภายในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวลงเพราะผู้บริโภคลดการจับจ่ายใช้สอยท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่างประเทศเฉลี่ยต่อคนต่อครั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 จากปี 2025 อยู่ที่ 3.23 แสนเยน (ราว 66,300 บาท) ในปี 2026 โดยเงินเยนที่อ่อนค่าลงทำให้ต้นทุนการเดินทางไปต่างประเทศสูงขึ้น ส่วนค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงจากราคาพลังงานพุ่งสูงท่ามกลางภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวจากวิกฤตตะวันออกกลาง ได้เพิ่มต้นทุนเช่นกัน
ด้านการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดลงร้อยละ 4.4 จากปี 2025 อยู่ที่ 69 ล้านครั้งในปี 2026 ขณะค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 อยู่ที่ 48,500 เยน (ราว 10,000 บาท)
ทั้งนี้ ภูมิภาคคันโตทางตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงกรุงโตเกียว จะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุด โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวร้อยละ 19 ตามด้วยภูมิภาคคินกิทางตะวันตกของญี่ปุ่น (ร้อยละ 14.9) และฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น (ร้อยละ 11.2)
การคาดการณ์ดังกล่าวอ้างอิงผลสำรวจทางออนไลน์ที่จัดทำโดยเจทีบี คอร์ป เมื่อเดือนมิถุนายนในกลุ่มผู้ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวแบบพักค้างคืนอย่างน้อย 1 คืนในช่วงหยุดฤดูร้อนนี้
