
เจนีวา, 7 ก.ค. (ซินหัว) -- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติ (UN) เผยว่า กฎระเบียบควบคุมยานยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบฉบับแรกของโลก ซึ่งคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติสำหรับยุโรป (UNECE) เพิ่งรับรองไปเมื่อไม่นานมานี้ เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญหลังพยายามมานานนับทศวรรษ พร้อมทั้งชื่นชมบทบาทอันโดดเด่นและสร้างสรรค์ของจีนในการร่วมกำหนดกฏระเบียบนี้
คณะกรรมาธิการฯ ได้รับรองกฎระเบียบทางเทคนิคระดับโลกของสหประชาชาติว่าด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (ADS) ฉบับใหม่เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยกฎระเบียบนี้กำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีระบบธรรมาภิบาลและกระบวนการความปลอดภัยที่ผ่านการตรวจสอบตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ต้องดำเนินการทดสอบที่น่าเชื่อถือ และต้องแสดงหลักฐานเชิงโครงสร้างที่พิสูจน์ได้ว่า ระบบระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของตนไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เกินกว่าเหตุ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีการตรวจสอบและรายงานผลการทำงานระหว่างการใช้งานจริง รวมถึงต้องมีระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับการขับขี่อัตโนมัติอีกด้วย
ฟร็องซัว อี. กีชาร์ด เลขานุการคณะทำงานด้านยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ (GRVA) ภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติสำหรับยุโรปให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัวว่า เป็นเวลาร่วมสิบปีแล้วที่เราเห็นว่า คำทำนายในช่วงแรกๆ ที่ว่า เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติจะแพร่หลายไปทั่วนั้่นยังไม่เป็นจริง แต่กฎระเบียบฉบับนี้จะเข้ามาทำลายภาวะชะงักงันดังกล่าว ด้วยการสร้างกรอบการทำงานระดับโลกฉบับแรกที่รองรับยานยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบอย่างถูกกฎหมาย
กีชาร์ดกล่าวว่า ความสำคัญที่สุดของกฎระเบียบนี้คือ การเปลี่ยนจากแนวทางที่กระจัดกระจายของแต่ละประเทศมาเป็นกรอบการทำงานร่วมกันในระดับสากล ซึ่งช่วยสร้างความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ให้กับผู้ผลิต เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และช่วยขยายขอบเขตของนวัตกรรมอย่างปลอดภัยในทุกตลาด
คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า กฎระเบียบนี้กำหนดข้อบังคับด้านความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากลเดียวกัน พร้อมทั้งวางแนวทางร่วมกันในการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของยานยนต์ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
กีชาร์ดยังระบุว่า จีน ซึ่งเป็นรองประธานคณะทำงานด้านยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ ได้แสดงบทบาทอันโดดเด่นและสร้างสรรค์ผ่านการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการพัฒนากฎระเบียบฉบับนี้ ตลอดจนการขับเคลื่อนความร่วมมือระดับโลก
กีชาร์ดแสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มการบังคับใช้กฎระเบียบนี้ทั่วโลก โดยระบุว่าตลาดรถยนต์รายใหญ่ ทั้งแคนาดา จีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ต่างให้การรับรองกฎระเบียบดังกล่าว
กีชาร์ดกล่าวว่า ความท้าทายขั้นต่อไปคือ การนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมแสดงความมั่นใจว่า ความได้เปรียบของจีนจะช่วยขับเคลื่อนการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในวงกว้างได้สำเร็จ เพราะจีนมีนิเวศนวัตกรรมที่คล่องตัว ศักยภาพทางอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และการทดสอบอย่างกว้างขวางในพื้นที่นำร่อง
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351221.html)