
โดโดมา, 2 ก.ค. (ซินหัว) – เป็นเวลานานหลายปีที่สายฝน คือ สิ่งกำหนดชะตาชีวิตของ ชาบานี ซากี (Shabani Saki) ยามที่ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล ครอบครัวของเขาในหมู่บ้านคองโกโก (Kongogo) ทางตอนกลางของแทนซาเนีย ก็จะมีผลผลิตไว้ประทังชีวิต แต่ยามใดที่เกิดภัยแล้ง ความอดอยากก็จะเข้ามาแทนที่ เขาย้อนความหลังว่า ในอดีตยามที่ความแห้งแล้งมาเยือน พวกเขาแทบต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
ทว่าในวันนี้ ความไม่แน่นอนเหล่านั้น กำลังเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยโครงการชลประทานที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน ซึ่งกำลังเข้ามาพลิกโฉมอนาคตของหมู่บ้านแห่งนี้ ซากี กล่าวว่า ปัจจุบันเมื่อมีระบบชลประทาน พวกเขาก็มั่นใจได้ว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างแน่นอน และโครงการนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
หมู่บ้านคองโกโก ในเขตบาฮี ของจังหวัดโดโดมา เป็นชุมชนเกษตรกรรมที่มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 1,000 ครัวเรือน ซึ่งมีมากกว่า 600 ครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงเมื่อโครงการชลประทานที่ใกล้จะเสร็จสิ้นนี้เริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบ
ระบบชลประทานนี้ช่วยทลายข้อจำกัดของเกษตรกรที่เดิมต้องเพาะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กตามปริมาณน้ำฝน ให้สามารถขยายขนาดการเพาะปลูกได้มากขึ้น ทั้งนี้ ซากีคาดว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 30-50 กระสอบต่อเฮกตาร์ (ราว 5-8 กระสอบต่อไร่) ซึ่งการเก็บเกี่ยวที่มั่นคงนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมทั้งสร้างรายได้สำหรับค่าเล่าเรียนและยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

โครงการดังกล่าว ยังช่วยสร้างโอกาสให้แก่คนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านได้พัฒนาทักษะด้านงานก่อสร้าง ซากี ระบุว่าแม้ค่าจ้างในปัจจุบันจะไม่สูงนัก แต่ทักษะเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของพวกเขาอย่างมาก
ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการเดินหน้าก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ โครงการนี้มีการจ้างงานแรงงานท้องถิ่นทั้งที่มีทักษะฝีมือและแรงงานทั่วไปประมาณ 100 คน มาร่วมปฏิบัติงานด้านการขุด เจาะ ถมดิน และงานก่อสร้างระบบ
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ขับเคลื่อนโดยบริษัท ไชน่า เรลเวย์ เจี้ยนชาง เอนจิเนียริ่ง (ซีอาร์เจอี) (อีสต์ แอฟริกา) จำกัด (China Railway Jianchang Engineering (CRJE) (East Africa) Limited) ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการชลประทานแห่งชาติแทนซาเนีย สังกัดกระทรวงเกษตร ผู้จัดการโครงการระบุว่า จุดประสงค์หลักของโครงการคือ การแก้ปัญหาที่เกษตรกรเผชิญอยู่เป็นประจำ นั่นคือ ภาวะน้ำเกินความจำเป็นในช่วงฤดูฝน แต่กลับขาดแคลนน้ำอย่างสิ้นเชิงในฤดูแล้ง

การออกแบบทางวิศวกรรมของโครงการนี้เน้นความเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีการก่อสร้างคลองส่งน้ำหลักระยะทาง 6 กิโลเมตร คลองส่งน้ำรอง 9 กิโลเมตร และถนนเข้าพื้นที่โครงการ 14 กิโลเมตร ระบบทั้งหมดถูกออกแบบมาให้จัดการน้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำ หรือพลังงานเชื้อเพลิง แต่จะอาศัยแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติในการผันน้ำจากเขื่อนเดิมที่มีอายุร่วม 10 ปี ส่งตรงไปยังพื้นที่การเกษตร
บาฮาติ ชิโตเบโล (Bahati Shitobelo) วิศวกรหน้างานได้เผยถึงภาพรวมของโครงการที่จะครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 400 เฮกตาร์ (ราว 2,500 ไร่) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว และมีเกษตรกรเกือบ 1,000 รายได้รับประโยชน์ โดยโครงการนี้จะช่วยเปลี่ยนรอบการเพาะปลูกจากปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2 ครั้ง โดยอาศัยน้ำฝนในฤดูฝนและระบบชลประทานในฤดูแล้ง ซึ่งจะเข้ามาทดแทนกระบวนการแบบเดิมที่มีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากเกษตรกรที่ใช้เครื่องสูบน้ำต้องเผชิญกับภาระค่าเชื้อเพลิงดีเซลและค่าซ่อมบำรุงที่เกินกำลัง
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351079.html)