
(แฟ้มภาพซินหัว : ระบบแบตเตอรี่วาเนเดียมรีด็อกซ์โฟลว์ (Vanadium Redox Flow) ของบริษัทด้านพลังงานใหม่แห่งหนึ่งในนครต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 15 มิ.ย. 2024)
กว่างโจว, 27 มิ.ย. (ซินหัว) -- สถาบันวิจัยหูรุ่น (Hurun Research Institute) เผยแพร่ดัชนียูนิคอร์นโลกประจำปี 2026 (Global Unicorn Index 2026) เมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ณ นครกว่างโจว มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน โดยระบุว่าจีนมีจำนวนบริษัทสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น 381 แห่ง จวบจนถึงวันที่ 1 ม.ค. ของปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 38 แห่ง
รายงานดัชนีดังกล่าวระบุว่า จำนวนบริษัทยูนิคอร์นทั่วโลกพุ่งสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1,603 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 จากปีก่อนหน้า โดยมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 54 ล้านล้านหยวน (ราว 265 ล้านล้านบาท)
สหรัฐฯ ครองอันดับหนึ่งของโลกด้วยจำนวนยูนิคอร์น 806 แห่ง เพิ่มขึ้น 48 แห่งจากปีก่อนหน้า และคิดเป็นร้อยละ 50.3 ของยอดรวมทั่วโลก ขณะที่จีนรั้งอันดับสองของโลกด้วยจำนวน 381 แห่ง โดยยูนิคอร์นของจีนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และภาคส่วนพลังงานใหม่
รูเพิร์ต ฮูเกเวิร์ฟ (Rupert Hoogewerf) ประธานและหัวหน้านักวิจัยของหูรุ่น รีพอร์ต (Hurun Report) เผยว่าในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา จุดโฟกัสทางอุตสาหกรรมของบริษัทยูนิคอร์นทั่วโลกได้เปลี่ยนผ่านจากกลุ่มอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) สู่ฟินเทค (Fintech) และในปัจจุบันคือปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยในปีที่ผ่านมา จำนวนยูนิคอร์นในภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์เติบโตเร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ยูนิคอร์นสายปัญญาประดิษฐ์มีจำนวนพุ่งขึ้นมาจนเกือบครองอันดับหนึ่งร่วมกันกับสายฟินเทค ขณะที่มูลค่ารวมกันของยูนิคอร์นสายปัญญาประดิษฐ์นั้นสูงกว่าฟินเทคถึง 3 เท่าแล้ว
ฮูเกเวิร์ฟกล่าวเสริมว่า ภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานใหม่ หุ่นยนต์ และเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของจีน มีผลงานที่โดดเด่นล้ำหน้าประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ ดัชนียูนิคอร์นโลกประจำปี 2026 เป็นการจัดอันดับบริษัทสตาร์ตอัปทั่วโลกที่ก่อตั้งขึ้นหลังปี 2000 ซึ่งมีมูลค่าบริษัทอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.33 หมื่นล้านบาท) และยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยสถาบันวิจัยหูรุ่นเริ่มติดตามและจัดเก็บข้อมูลบริษัทระดับยูนิคอร์นมาตั้งแต่ปี 2017 และการรายงานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 8 ของดัชนีดังกล่าว