
(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 20 ม.ค. 2026)
นิวยอร์ก, 27 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 100 สำหรับสินค้าทุกชนิดที่ส่งเข้าสหรัฐฯ จากประเทศใดก็ตามที่เก็บภาษีบริการดิจิทัลจากบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ โดยภาษีนำเข้าที่จะเรียกเก็บนี้จะมีผลเหนือกว่าข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้กับประเทศดังกล่าว ไม่ว่าจะมีการบังคับใช้ ลงนาม หรือยังไม่ลงนาม และหากประเทศเหล่านั้นยังคงดำเนินการต่อ สหรัฐฯ ก็จะบังคับใช้มาตรการภาษีนี้ทันที
ทรัมป์กล่าวว่าหลายประเทศในยุโรปกำลังหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลกับบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้ โดยมีบางประเทศที่จวนจะดำเนินการดังกล่าวแล้ว
เมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ รายงานว่า โดยทั่วไปแล้วภาษีบริการดิจิทัลจะบังคับใช้เฉพาะกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และมีฐานธุรกิจมั่นคงที่สุดของโลก เช่น เมตา (Meta) อัลฟาเบ็ต (Alphabet) และแอมะซอน (Amazon) ซึ่งล้วนเป็นบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ โดยมีประเทศมากกว่าสิบแห่งที่มีการจัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลแล้ว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศว่าจะตอบโต้ประเทศที่จัดเก็บภาษีบริการดิจิทัล เพราะมาตรการดังกล่าวมุ่งโจมตีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้มาตรการ "ภาษีตอบโต้" ของทรัมป์ ซึ่งกำหนดอัตราภาษีนำเข้าเป็นรายประเทศกับเกือบทุกประเทศทั่วโลกภายใต้กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศเป็นโมฆะ แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังมีคำวินิจฉัย ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตราร้อยละ 10 ฉบับใหม่ ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้า ปี 1974 อย่างไรก็ตาม ภาษีภายใต้มาตราดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน
