
(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพบันทึกหน้าจอโพสต์ของอัตสึโกะ ทามาดะ อาจารย์ประจำวิทยาลัยมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชูบุบนสื่อสังคมออนไลน์)
ไมอามี/โตเกียว, 23 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานมานี้ ภาพของกองเชียร์แฟนฟุตบอลชาวญี่ปุ่นที่ช่วยกันเก็บขยะใส่ถุงและทำความสะอาดอัฒจันทร์หลังจบแมตช์การแข่งขันฟุตบอลโลกฟีฟ่า เวิลด์คัพ หรือฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์อีกครั้งและเรียกเสียงชื่นชมจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ซึ่งแม้ผู้ชมในต่างประเทศจะคุ้นเคยกับการที่แฟนบอลญี่ปุ่นโชว์สปิริตเก็บขยะตามอัฒจันทร์ แต่ขณะเดียวกันกลับจุดประเด็นถกเถียงภายในญี่ปุ่นเอง โดยบางส่วนตั้งคำถามว่าภาพลักษณ์ที่เห็นในสนามกีฬาสะท้อนถึงชีวิตประจำวันนอกสนามจริงหรือไม่
โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่มียอดเข้าชมราว 1.9 ล้านครั้งได้ตั้งคำถามต่อภาพลักษณ์ของแฟนบอลญี่ปุ่น โดยระบุว่าผู้ชายญี่ปุ่นติดอันดับกลุ่มผู้ชายที่ใช้เวลากับงานบ้านน้อยที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก พร้อมเสนอแนะให้ "ช่วยทำแบบนี้ที่บ้านด้วย" และแนบภาพล้อเลียนรูปแฟนบอลทำท่าทางภาคภูมิใจที่ได้ช่วยทำความสะอาดสนามกีฬา แต่เมื่อกลับถึงบ้านกลับนั่งพักผ่อนบนโซฟาโดยไม่สนใจกองผ้าที่รอซัก ขณะที่ภรรยาหรือแม่กำลังล้างจานอยู่
คำวิจารณ์ดังกล่าวสะท้อนประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงมาอย่างยาวนานในญี่ปุ่น โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งอ้างอิงตัวเลขขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในปี 2021 ระบุว่าผู้หญิงใช้เวลากับงานที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน เช่น งานบ้าน การจับจ่ายซื้อของ และการดูแลสมาชิกในครอบครัว มากกว่าผู้ชายถึง 5.5 เท่า โดยความแตกต่างนี้สูงกว่ากลุ่มประเทศอย่างสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ซึ่งช่องว่างความแตกต่างระหว่างผู้หญิงและผู้ชายมีน้อยกว่ามาก
ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากภาพลักษณ์ของสนามกีฬาที่สะอาดเอี่ยมไม่ได้สะท้อนวิถีชีวิตประจำวันในทุกแง่มุมเสมอไป โดยในย่านบันเทิงบางแห่ง ยังคงพบก้นบุหรี่จำนวนมากกระจัดกระจายอยู่หน้าร้านอาหารและบาร์หลังช่วงค่ำคืนที่มีผู้คนพลุกพล่าน ขณะที่ผู้สนับสนุนการเก็บขยะมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลจากการปลูกฝังนิสัยมาตั้งแต่วัยเด็ก มากกว่าความต้องการได้รับการยอมรับหรือชื่นชมจากสาธารณชน
โคอิจิ นากาโนะ ศาสตราจารย์ด้านการเมืองและประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโซเฟีย กล่าวว่าแฟนกีฬาชาวญี่ปุ่นมักปฏิบัติตัวในงานแข่งขันระดับนานาชาติไม่ต่างจากสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้มาตั้งแต่สมัยเรียน โดยโรงเรียนประถมหลายแห่งในญี่ปุ่นกำหนดให้นักเรียนทำความสะอาดห้องเรียนและบริเวณโรงเรียนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อพื้นที่ส่วนรวม และมักขยายไปสู่สถานที่ทำงานที่พนักงานมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน
ญี่ปุ่นมีถังขยะสาธารณะค่อนข้างน้อย และผู้คนจำนวนมากคุ้นเคยกับการนำขยะกลับไปทิ้งที่บ้าน แทนที่จะทิ้งในที่สาธารณะ โดยนักวิจัยยังเตือนว่าไม่ควรมองพฤติกรรมการเก็บขยะในสนามกีฬาเป็นหลักฐานว่าญี่ปุ่นปราศจากปัญหาทางสังคม
บาร์บารา โฮลทุส จากสถาบันเยอรมันเพื่อการศึกษาญี่ปุ่น กล่าวว่าไม่ควรยกสังคมญี่ปุ่นขึ้นเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบเพราะทุกประเทศล้วนมีความท้าทายและข้อบกพร่องของตนเอง โดยพฤติกรรมทางสังคมถูกหล่อหลอมจากการเลี้ยงดูและความต้องการเลี่ยงสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ขณะที่อีกปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะการกระทำดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา
รายงานระบุว่าการรายงานข่าวอย่างกว้างขวางของสื่อช่วยให้พฤติกรรมนี้กลายเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจสำหรับกองเชียร์จำนวนมาก ขณะที่การถกเถียงดังกล่าวก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลายบนโลกออนไลน์ โดยความคิดเห็นหนึ่งบนโลกออนไลน์แนะนำเชิงเสียดสีว่าภรรยาเจอปัญหาสามีไม่ช่วยทำความสะอาดเลยควรลองให้สามีของตัวเองสวมเสื้อฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นอยู่ที่บ้านด้วย (เผื่อจะช่วยทำงานบ้านบ้าง) ส่วนอีกหลายคนมองว่าคำวิจารณ์ส่วนใหญ่อาจเป็นการสรุปแบบเหมารวมมากเกินไป
การถกเถียงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อถกเถียงระหว่างภาพลักษณ์ที่ได้รับการชื่นชมจากต่างประเทศ กับคำถามเกี่ยวกับการแบ่งเบาความรับผิดชอบภายในบ้าน โดยเฉพาะในครัวเรือนของชาวญี่ปุ่นเอง

(แฟ้มภาพซินหัว : รายงานของสำนักข่าวซินหัวเกี่ยวกับแฟนบอลชาวญี่ปุ่นที่ช่วยกันทำความสะอาดสนามหลังทีมชาติญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย )

(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานทำความสะอาดที่ไม่ใช่แฟนบอล ทำความสะอาดสนามกีฬาในญี่ปุ่น)