
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารที่เสียหายหลังจากเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7.8 ตามมาตราแมกนิจูด ในเมืองเจเนรัล ซานโตส ของฟิลิปปินส์ วันที่ 8 มิ.ย. 2026)
มะนิลา, 9 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันอังคาร (9 มิ.ย.) สำนักงานป้องกันพลเรือนของฟิลิปปินส์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 ราย และผู้บาดเจ็บอีกราว 500 ราย หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ตามมาตราแมกนิจูด ในภาคใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตมาจากดินถล่มหลังแผ่นดินไหว การจมน้ำ และการถูกเศษซากปรักหักพังหล่นทับ โดยจังหวัดซารังกานีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มทับบ้านเรือนบริเวณเชิงเขา 14 ราย
กระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนกว่า 8,600 แห่ง นักเรียนกว่า 4 ล้านคน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 1.5 แสนคน ขณะที่กระทรวงพลังงานระบุว่ามีครัวเรือนประสบปัญหาไฟฟ้าดับราว 8.64 แสนครัวเรือน ด้านกระทรวงโยธาธิการและทางหลวงระบุว่าความเสียหายต่อทรัพย์สินในเมืองเจเนอรัล ซานโตส ซึ่งเป็นเมืองท่าที่มีประชากรกว่า 7 แสนคน พุ่งสูงถึง 1 พันล้านเปโซ (ราว 534 ล้านบาท)
ขณะเดียวกันหน่วยงานการบินพลเรือนของฟิลิปปินส์ระบุว่าปัจจุบันการขึ้นบินและลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเจเนอรัล ซานโตส จะจำกัดให้เฉพาะเที่ยวบินของรัฐบาล กองทัพ และการดำเนินงานมนุษยธรรมจนถึง 18.00 น. ของวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
ทั้งนี้ สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์รายงานว่าแผ่นดินไหวตามรอยเลื่อนเปลือกโลกครั้งนี้เกิดขึ้นตอน 07.37 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ความลึก 33 กิโลเมตร และจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองมาซิมของจังหวัดซารังกานีบนเกาะมินดาเนาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 32 กิโลเมตร