

(แฟ้มภาพซินหัว : กิจกรรมปล่อยปลาที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำชางโพ ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 5 มิ.ย. 2026)
เฉิงตู, 7 มิ.ย. (ซินหัว) -- จีนกำลังเดินหน้าขยายโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาและการเชื่อมต่อลำน้ำในบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อุดมไปด้วยแหล่งพลังงานน้ำ โดยการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่นี้ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากต่อการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ
มาตรการล่าสุดครอบคลุมถึงการปล่อยปลามากกว่า 30 ล้านตัวลงสู่แม่น้ำหย่าหลงในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา การทำเครื่องหมายระบุตัวตนลูกปลาที่ปล่อยบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำจินซาในปีนี้เพื่อตรวจย้อนกลับได้อย่างสมบูรณ์ การปล่อยปลาสเตอร์เจียนแยงซีซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากที่บริเวณท้ายน้ำของสถานีไฟฟ้าพลังน้ำเซี่ยงเจียป้า และการเปิดใช้งานเครือข่ายทางผ่านปลา (Fishway Network) เชื่อมต่อกับหลายๆ ช่วงของลำน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำต้าตู้ เป็นความยาวกว่า 200 กิโลเมตร
จูปิน หัวหน้าวิศวกรของสถาบันอุทกนิเวศวิทยา ภายใต้กระทรวงทรัพยากรน้ำและสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) เผยว่าความคืบหน้าล่าสุดเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าการคุ้มครองระบบนิเวศบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำแยงซี กำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้มาตรการทางวิศวกรรมแบบแยกส่วน ไปสู่การบริหารจัดการเชิงระบบที่ครอบคลุมทั้งลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นการผสานการเพาะพันธุ์และการปล่อยปลา การฟื้นฟูประชากรสิ่งมีชีวิต การติดตามทางนิเวศวิทยา และโครงการเชื่อมต่อลำน้ำเข้าไว้ด้วยกัน
การดำเนินงานดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ความหลากหลายทางชีวภาพของลำน้ำและการพัฒนาพลังงานสะอาดมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยมณฑลเสฉวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นพื้นที่ที่มีกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ขณะที่ลุ่มน้ำหย่าหลงและช่วงต้นน้ำของแม่น้ำจินซาก็เป็นที่ตั้งของฐานพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ ที่รวมพลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ด้วยกัน
ปริมาณการปล่อยปลาสะสมในแม่น้ำหย่าหลง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำแยงซีตอนบน มีจำนวนทะลุ 30 ล้านตัวแล้ว โดยช่วง 16 ปีที่ผ่านมา บริษัท หย่าหลง ริเวอร์ ไฮโดรพาวเวอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด รัฐวิสาหกิจจีน ได้ปล่อยปลาสายพันธุ์เฉพาะถิ่นของแม่น้ำแยงซีตอนบนไปแล้วรวม 13 สายพันธุ์
นอกจากนี้ยังมีการสร้างสถานีเพาะพันธุ์และปล่อยปลาจำนวน 4 แห่งในลุ่มน้ำหย่าหลง และในปัจจุบันนักวิจัยสามารถใช้เทคนิคการเพาะพันธุ์แบบครบวงจรกับปลาท้องถิ่นได้แล้วถึง 11 สายพันธุ์

(แฟ้มภาพซินหัว : กิจกรรมปล่อยปลาที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำเมิ่งตี่โกว บนแม่น้ำหย่าหลง ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 5 มิ.ย. 2026)
บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำจินซาก็มีการทำเครื่องหมายระบุตัวตนลูกปลากว่า 6.8 แสนตัวที่ปล่อยในปีนี้เป็นครั้งแรก ด้วยการใช้เทคโนโลยีการทำเครื่องหมายด้วยความร้อนบนกระดูกหูของปลา (Otolith thermal marking) และเทคโนโลยีการทำเครื่องหมายด้วยสารเรืองแสง (Fluorescent marking) ทีมนักวิจัยจะสามารถติดตามการเจริญเติบโตและการอพยพย้ายถิ่นฐานของปลาที่ปล่อยไปได้ ช่วยให้นักวิจัยประเมินประสิทธิภาพของการปล่อยปลา รวมถึงตรวจสอบว่าทรัพยากรปลาเริ่มฟื้นตัวแล้วหรือไม่
จนถึงปัจจุบัน มีการปล่อยปลาไปแล้วมากกว่า 7.52 ล้านตัวในช่วงมณฑลซื่อชวน-เขตปกครองตนเองซีจ้าง บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำจินซา ขณะเดียวกันก็มีการอนุรักษ์ลำน้ำแห่งต่างๆ ความยาวรวมกว่า 800 กิโลเมตรให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของปลา
นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับการคุ้มครองสัตว์น้ำสายพันธุ์หายาก โดยล่าสุดบริษัท ไชน่า ทรี กอร์เจส คอร์เปอเรชัน (CTGC) ได้ปล่อยปลาสเตอร์เจียนแยงซีมากกว่า 6.6 แสนตัว ที่บริเวณท้ายน้ำของสถานีไฟฟ้าพลังน้ำเซี่ยงเจียป้า
ปลาสเตอร์เจียนแยงซีเป็นสายพันธุ์ปลาหายากเฉพาะถิ่นของแม่น้ำแยงซี และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองระดับสูงสุดของจีน โดยตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา บริษัทฯ ได้ปล่อยปลาสเตอร์เจียนแยงซีไปแล้วมากกว่า 3 ล้านตัว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของการปล่อยปลาสายพันธุ์นี้ทั้งหมดในประเทศ
ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าประชากรปลาสเตอร์เจียนแยงซีในธรรมชาติเพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามทำประมงในแม่น้ำแยงซี ระยะเวลา 10 ปี
การฟื้นฟูการเชื่อมต่อของลำน้ำก็กลายเป็นอีกภารกิจสำคัญของจีน โดยการใช้ทางผ่านปลาในลุ่มน้ำต้าตู้ที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำกงจวี่ ได้ช่วยเชื่อมต่อเครือข่ายทางผ่านปลาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมไปยังสถานีไฟฟ้าพลังน้ำแบบขั้นบันไดบริเวณปลายน้ำจำนวน 8 แห่ง เชื่อมโยงพื้นที่ลำน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 200 กิโลเมตร