
(แฟ้มภาพซินหัว : สวนชาในหมู่บ้านถ่านหยาง เมืองฝูอัน มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน)
ฝูอัน, 2 มิ.ย. (ซินหัว) -- มูลค่าแบรนด์ของชาดำ "ถ่านหยางกังฟู" (Tanyang Gongfu black tea) จากหมู่บ้านถ่านหยาง เมืองฝูอัน มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน พุ่งสูงถึง 9.54 พันล้านหยวน (ราว 4.58 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025 ส่งผลให้ติดอันดับหนึ่งใน 50 แบรนด์สาธารณะระดับภูมิภาคชั้นนำของจีน
ตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้รวมของหมู่บ้านพุ่งสูงถึง 2.9 ล้านหยวน (ราว 14 ล้านบาท) ในปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่รายได้สุทธิเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 39,800 หยวน (ราว 191,000 บาท) ต่อปี
เมืองฝูอันได้ขยายผลสำเร็จของรูปแบบดังกล่าว ให้ครอบคลุมมากกว่าแค่ภายในหมู่บ้านเดียว โดยปัจจุบันมีหมู่บ้านจำนวน 7 แห่งที่ได้ร่วมมือกันจัดตั้งภาคีเครือข่ายการฟื้นฟูชนบท "เกรเทอร์ ถ่านหยาง" (Greater Tanyang) ซึ่งมีรายได้รวมของกลุ่มมากกว่า 6.3 ล้านหยวน (ราว 30 ล้านบาท)
พันธมิตรดังกล่าว ยังช่วยสร้างงานให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นมากกว่า 200 ตำแหน่ง และส่งผลให้รายได้สุทธิต่อหัวที่ใช้จ่ายได้จริงสูงถึง 29,000 หยวน (ราว 140,000 บาท) นอกจากนี้ หมู่บ้านถ่านหยางยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฐานการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศระดับมณฑลของฝูเจี้ยนในปี 2025 อีกด้วย
ชาดำถ่านหยางกงฟูมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจีน
การควบคุมคุณภาพถือเป็นรากฐานสำคัญของมูลค่าแบรนด์ชาจีน โดยศูนย์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมชา ที่ดำเนินงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จีน (China Agricultural University) และสถาบันวิจัยระดับมณฑล ได้ร่วมกันส่งเสริมการทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หมู่บ้านถ่านหยางมีการพัฒนาพื้นที่สาธิตสวนชาคาร์บอนต่ำขนาด 58 หมู่ (ราว 24 ไร่) และสวนชาอัจฉริยะอีกกว่า 6,100 หมู่ (ราว 2,541 ไร่) ช่วยยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 14,200 หมู่ (ราว 5,916 ไร่)
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ชา จัดตั้งโรงฝึกอบรมงานฝีมือ และสวนชาอัจฉริยะที่รองรับระบบ 5G นอกจากนี้ เส้นทางทัศนศึกษาเพื่อการเรียนรู้ยังสามารถดึงดูดผู้รับการอบรมได้มากกว่า 1,000 คนต่อปี
ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมของที่นี่มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่น โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ค็อกเทลผสมชา กาแฟผสมชา และเบียร์ชาสกัดรสผลไม้ ทั้งนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูตรผสมชาชนิดหนึ่งสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 5,000 หยวน (ราว 24,000 บาท) ต่อวัน ในช่วงที่ความต้องการซื้อสูงที่สุด
หมู่บ้านทั้ง 7 แห่งได้ร่วมกันระดมทรัพยากรและทุนเพื่อจัดตั้งบริษัทเกษตรนิเวศซึ่งดำเนินงานภายใต้รูปแบบธุรกิจที่มีหลายภาคี ซึ่งสร้างงานโดยตรงให้กับผู้คนมากกว่า 40 ชีวิต โดยมีโครงการที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์กลางสำหรับนักเดินทางดิจิทัล (digital nomad hub) โรงฝึกอบรมงานฝีมือด้านชาดำ และฐานเพาะปลูกไม้ดอกขนาด 6 ไร่
(เรียบเรียงโดย Tian Shenyoujia, Xinhua Silk Road, https://en.imsilkroad.com/p/350697.html)