
(แฟ้มภาพซินหัว : หวังจื่อเย่ (ซ้าย) และสามี แนะนำส่วนผสมที่ใช้ในการปรุงอาหารไทยให้ลูกค้าได้รู้จัก ณ ร้านอาหารไทยในเขตใหม่สยงอัน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 21 พ.ค. 2026)
สือเจียจวง, 1 มิ.ย. (ซินหัว) -- หวังจื่อเย่ วัย 35 ปี คือหญิงจีนผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทยแห่งแรกในเขตใหม่สยงอัน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน โดยเธอตั้งชื่อร้านว่า "ปั้งปั้ง ร้านอาหารและบาร์สไตล์ไทย" (棒棒泰式餐酒小馆) และมีเมนูชูโรงอย่างต้มยำกุ้ง ข้าวกะเพรา ไก่ทอด และข้าวเหนียวมะม่วง
หวังเป็นชาวเมืองเป่าติ้ง มณฑลเหอเป่ย เคยทำงานอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ก่อนจะย้ายมาพร้อมกับสามีเพื่อเปิดบาร์สไตล์อเมริกันเล็กๆ ในเขตใหม่สยงอันเมื่อปี 2023 และต่อมาได้เปิดร้านอาหารไทยแห่งนี้ในปี 2024 เธอกล่าวว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการทำร้านอาหารไทยที่นี่คือการจัดหาวัตถุดิบที่มีความสดใหม่
หวังมองว่าเขตใหม่สยงอันเป็น "เมืองแห่งอนาคต" ของจีน เพราะเปี่ยมด้วยพลังคนรุ่นใหม่และผู้มีความฝันจากทั่วทุกสารทิศ จึงเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ
ระหว่างทำงานที่เซี่ยงไฮ้ หวังชื่นชอบอาหารไทยมาก และเคยเดินทางไปเที่ยวไทยบ่อยครั้ง เธอเคยเรียนรู้การทำอาหารไทยจากคู่สามีภรรยาชาวเชียงใหม่ จึงเกิดความตั้งใจที่จะนำอาหารไทยรสชาติต้นตำรับมาสู่สยงอัน ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการด้านอาหารการกินหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้เธอมองว่าชาวจีนจำนวนมากล้วนเคยไปเที่ยวที่ไทย ทำให้คุ้นเคยและเปิดรับอาหารไทย
ร้านของหวังเน้นรสชาติอาหารภาคเหนือของไทย ทุกปีเธอและสามีจะหาเวลา 2 สัปดาห์ไปเรียนรู้เพิ่มเติมที่เชียงใหม่ เพื่อคงรสชาติดั้งเดิมของอาหารไทยให้มากที่สุด เครื่องปรุงอย่างน้ำปลา เต้าเจี้ยว รวมถึงวัตถุดิบสด เช่น ตะไคร้ ขมิ้น และข่า ล้วนนำเข้าจากไทย เธอยังลงมือดูแลทั้งการออกแบบและการตกแต่งร้านด้วยตนเอง เพื่อมอบประสบการณ์สไตล์ไทยแท้ๆ ให้แก่ลูกค้า
ปัจจุบัน ร้านอาหารไทยแห่งนี้กลายเป็นหน้าต่างแห่งการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ด้วยบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความเป็นไทย และรสชาติอาหารไทยแท้ที่ผสมผสานความเปรี้ยว หวาน และเผ็ดอ่อนๆ อย่างลงตัว
หวังเล่าถึงความภูมิใจของเธอว่าช่วงที่สยงอันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ มีนักกีฬาฟุตบอลชาวไทยแวะมากินข้าวผัดกะเพราที่ร้านของเธอหลายวัน และชมว่ารสชาติเหมือนต้นฉบับไทยแท้ๆ
จีนและไทยได้ยกเว้นวีซ่าระหว่างกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การเดินทางไปมาหาสู่กันสะดวกยิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจึงแน่นแฟ้นมากขึ้น และอาหารไทยในจีนก็กำลังก้าวข้ามจากการเป็นอาหารเฉพาะกลุ่ม สู่การได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้น
รายงานการพัฒนาอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2024 ระบุว่าปัจจุบันทั่วจีนมีร้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 15,000 แห่ง โดยร้านอาหารไทยครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ถือเป็นผู้นำในกลุ่มอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หวังเชื่อมั่นในอนาคตของร้านอาหารไทยในจีน เธอวางแผนว่าจะเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของเขตใหม่สยงอัน และมีแผนเปิดสาขาใหม่ในเขตสตาร์ตอัปยุคใหม่ของสยงอัน (Xiong'an New Area Start-up Area) เพราะคาดว่าจะมีบุคลากรด้านเทคโนโลยีชั้นสูงมารวมตัวกันมากขึ้น และหวังว่าจะใช้ร้านอาหารไทยเป็นสื่อกลางให้ชาวจีนได้รู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเธอก็แสดงความหวังว่าอยากให้ชาวไทยได้รู้จักสยงอันมากขึ้นเช่นกัน

(แฟ้มภาพซินหัว : ลูกค้ารับประทานอาหารที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเขตใหม่สยงอัน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 22 พ.ค. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : เขตสตาร์ตอัปยุคใหม่สยงอัน (Xiong'an New Area Start-up Area) ในเขตใหม่สยงอัน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 9 ส.ค. 2025)