ปักกิ่ง, 25 พ.ค. (ซินหัว) -- ปัจจุบันความพยายามปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของจีนกำลังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในจีนและขับเคลื่อนความร่วมมือระดับโลก โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศจำนวนไม่น้อยต่างยกย่องแนวทางที่สัมฤทธิ์ผลของจีนเป็นตัวอย่างของการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการพัฒนา การบริหารปกครอง และการประสานงานข้ามพรมแดน
การรับประกันเชิงนโยบาย
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เคยเน้นย้ำการเคารพธรรมชาติ ทำตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ และปกป้องธรรมชาติ เพื่อสร้างบ้านหลังใหญ่ที่มนุษย์และธรรมชาติดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ขณะกล่าวปราศรัยผ่านวิดีโอที่การประชุมสุดยอดคณะผู้นำของการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15 (COP15) ในปี 2021
จีนประสบผลสำเร็จโดดเด่นในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น การขยายระบบอุทยานระดับชาติ จำนวนประชากรสัตว์ใกล้สูญพันธ์ุอย่างแพนด้ายักษ์ เสือดาวหิมะ และโลมาหัวบาตรหลังเรียบแยงซีทยอยเพิ่มขึ้น และพื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้นสุทธิมากที่สุดในโลกในช่วงปี 2015-2025
นอกจากนั้นจีนเดินหน้าขยายกรอบการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ บูรณาการการอนุรักษ์เข้าสู่การวางแผนระดับชาติและการเสริมสร้างเครื่องมือทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ โดยเมื่อต้นปี 2026 จีนรับรองกฎหมายนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมฉบับสำคัญ ซึ่งส่งเสริมความแข็งแกร่งของกรอบกฎหมายสำหรับอารยธรรมเชิงนิเวศ
แดเนียล บรอมบอล นักวิจัยด้านมนุษยศาสตร์สิ่งแวดล้อมประจำมหาวิทยาลัยคา' ฟอสคาริแห่งเวนิส ให้สัมภาษณ์ว่าหนึ่งในลักษณะอันโดดเด่นที่สุดของกฎหมายฉบับนี้คือศักยภาพในการแก้ไข "สามวิกฤต" ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสอดประสานและเป็นระบบยิ่งขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว : กวางปากขาว สัตว์คุ้มครองระดับสูงสุดของจีน ในเมืองซ่านหนาน เขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 15 มี.ค. 2026)
การพัฒนาสีเขียว
ยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพของจีนนั้นผูกโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของคนท้องถิ่น เช่น ตำบลสุ่ยโม๋ในอำเภอเวิ่นชวน มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ที่เผชิญผลกระทบหนักจากแผ่นดินไหวในปี 2008 ได้เปลี่ยนผ่านเป็นชุมชนแห่งการท่องเที่ยวที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำงานในธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและอุตสาหกรรมวัฒนธรรม
กลุ่มเยาวชนนานาชาติ รวมถึงบุคลากรทางวิทยาศาสตรืและเทคโนโลยีจากจีน เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และกรีซ ตลอดจนตัวแทนคณะนักศึกษาสาขาศิลปศาสตร์จากจีนและต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนอำเภอเวิ่นชวนเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสำรวจเรียนรู้การเปลี่ยนผ่านข้างต้นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อาร์โนลด์ ทักเกอร์ อาจารย์มหาวิทยาลัยไลเดนของเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่าจีนที่มีการพัฒนาสีเขียวและการปกป้องระบบนิเวศเป็นรากฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ได้มอบประสบการณ์อันมีค่าสำหรับการบูรณาการการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีในระดับโลก
ดรันตู ราซากามานารินา นักวิจัยสิ่งแวดล้อมประจำมหาวิทยาลัยอันตานานารีโวของมาดากัสการ์ กล่าวว่าอารยธรรมเชิงนิเวศที่ถูกส่งเสริมในจีนมานานกว่าทศวรรษได้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงระดับโลกในการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม โดยแนวทางอันเป็นระบบในการเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมมลพิษ การปกป้องระบบนิเวศ และการพัฒนาสีเขียวของจีนมอบบทเรียนแก่ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศแอฟริกาที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
ชอง พอล เดอ โจริโอ หัวหน้านักกฎหมายประจำศูนย์อนาคตความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติอิตาลี กล่าวว่าจีนตระหนักดีว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อม การเติบโตของเศรษฐกิจ ความมั่งคั่งของสังคม และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์นั้นเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกและควรถูกส่งเสริมอย่างสอดประสานกัน

(แฟ้มภาพซินหัว : ฝูงนกบินเหนือท้องทุ่งในมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 9 ก.ย. 2025)
คุณูปการระดับโลก
จีนกลายเป็นผู้มีส่วนส่งเสริมเชิงรุกในการกำกับดูแลความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะการดำเนินความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เช่น คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีนและรวันดาทำงานร่วมกันตั้งแต่ปี 2023 เพื่อปรับปรุงเส้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพและขีดความสามารถเฝ้าติดตาม ซึ่งอุดช่องโหว่ด้านข้อมูลที่จำกัดแผนการอนุรักษ์ก่อนหน้านี้
รายงานระบุว่าจีนได้ดำเนินโครงการความร่วมมือคล้ายกันนี้ทั่วแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียกลาง ซึ่งมุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศ การจัดการป่าไม้ การอบรมบุคลากร และการแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์
นอกจากนั้นจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15 ในปี 2021-2022 ซึ่งมีการรับรองกรอบความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล ที่เป็นข้อตกลงสำคัญที่มุ่งหยุดและย้อนการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2030
โดรีน โรบินสัน รองผู้อำนวยการฝ่ายระบบนิเวศประจำโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) กล่าวว่าจีนมีส่วนส่งเสริมการสร้างความแข็งแกร่งของการกำกับดูแลความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิภาคต่างๆ ทั้งแอฟริกา เอเชียแปซิฟิก เอเชียกลาง และยุโรปตะวันออกผ่านการฟื้นฟูระบบนิเวศ การจัดสรรเงินทุน และความร่วมมือทางเทคนิค
บาคีตจาน คาบิบลูลาฟ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมนานาชาติแห่งแอ่งทะเลอารัล กล่าวว่าจีนสร้างความก้าวหน้าสำคัญในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งปรากฏให้เห็นในการฟื้นฟูสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมัน โดยบทบาทของจีนในการกำกับดูแลความหลากหลายทางชีวภาพของโลกเพิ่มขึ้นตามภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของจีน