
(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบปะหารือกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ณ อาคารมหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 20 พ.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 22 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยกย่องความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ก้าวสู่ "ระยะใหม่" โดยเห็นพ้องที่จะขยายระยะเวลาสนธิสัญญามิตรภาพจีน-รัสเซีย และให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างระเบียบโลกที่เป็นธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น
เมื่อไม่นานนี้ ปูตินได้เยือนจีนอย่างเป็นทางการระยะ 2 วัน ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งที่ 25 ของเขา โดยสีจิ้นผิงและปูตินได้ร่วมหารือ ดื่มชาพูดคุยกัน เยี่ยมชมนิทรรศการภาพถ่าย และเป็นสักขีพยานการลงนามเอกสารความร่วมมือหลายฉบับในกรุงปักกิ่ง
สีจิ้นผิงกล่าวว่าทั้งสองประเทศได้พัฒนาการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านในยุคใหม่บนพื้นฐานของความเสมอภาค การเคารพซึ่งกันและกัน ความสุจริต และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงและผันผวน ขณะที่ความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกันมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและระดับท้องถิ่นยังคงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเช่นกัน
สีจิ้นผิงเผยว่าความสัมพันธ์จีน-รัสเซียได้เข้าสู่ระยะใหม่แห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และการพัฒนาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยปี 2026 ตรงกับวาระครบรอบ 30 ปี การสถาปนาการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-รัสเซีย และวาระครบรอบ 25 ปี การลงนามสนธิสัญญาการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตรจีน-รัสเซีย สนธิสัญญานี้ได้วางรากฐานทางกฎหมายสำหรับการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านในระยะยาว โดยความสัมพันธ์ทวิภาคีได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ขณะที่ประธานาธิบดีทั้งสองเห็นพ้องขยายระยะเวลาของสนธิสัญญาเพิ่มเติม ปูตินกล่าวว่าสนธิสัญญานี้มีความสำคัญมากขึ้นภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนได้ก้าวไปสู่ระดับที่ "ไม่เคยมีมาก่อน" ผ่านความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีลักษณะเด่นคือการแลกเปลี่ยนระดับสูงอย่างใกล้ชิดและความไว้วางใจทางการเมืองแข็งแกร่ง ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนได้ยืนหยัดผ่านบททดสอบและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นตามกาลเวลา จนกลายเป็นแบบอย่างของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน
ความร่วมมือเชิงปฏิบัติ
สีจิ้นผิงเน้นย้ำถึงสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างจีนและรัสเซีย โดยระบุว่าการส่งเสริมความสัมพันธ์สองฝ่ายให้พัฒนาอย่างยั่งยืน มั่นคง และมีคุณภาพสูงนั้น เป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายบนพื้นฐานของผลประโยชน์ขั้นพื้นฐานของทั้งสองประเทศและแนวโน้มของโลก ทั้งสองประเทศควรยกระดับความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านการค้า การลงทุน พลังงาน การขนส่ง และนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งขยายความร่วมมือในสาขาแนวหน้าและส่งเสริมปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ
กระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่าการค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่าเกิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.53 ล้านล้านบาท) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ในปี 2025 และจีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของรัสเซียติดต่อกันนานถึง 16 ปี
สีจิ้นผิงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายสานต่อมิตรภาพที่มีมายาวนานระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ขยายการแลกเปลี่ยนในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ภาพยนตร์ การท่องเที่ยว และกีฬา ตลอดจนส่งเสริมการสนับสนุนจากประชาชนต่อมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ปี 2026 ยังมีการเปิดตัวปีแห่งการศึกษาจีน-รัสเซีย ซึ่งนับเป็นกิจกรรมปีแห่งการแลกเปลี่ยนระดับชาติครั้งที่ 10 ที่ทั้งสองประเทศร่วมกันจัดขึ้น โดยสีจิ้นผิงและปูตินได้เข้าร่วมพิธีเปิดเมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) ที่ผ่านมา พร้อมร่วมลงนามและออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน และการกระชับความร่วมมือการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความสัมพันธ์ฉันมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในวันเดียวกันนั้น กัวเจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ประกาศว่าจีนตัดสินใจต่อเวลานโยบายฟรีวีซ่าสำหรับพลเมืองรัสเซียไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2027 เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
ระบบธรรมาภิบาลโลกที่เป็นธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น
สีจิ้นผิงกล่าวกับปูตินว่าจีนและรัสเซีย ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และประเทศใหญ่ของโลก ควรปรับใช้มุมมองเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว และร่วมมือกันเพื่อทำให้ระบบธรรมาภิบาลโลกเป็นธรรมและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกระชับความร่วมมือในระดับพหุภาคี เสริมสร้างความร่วมมือบนเวทีพหุภาคี ยึดมั่นในระเบียบระหว่างประเทศหลังสงครามและอำนาจของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมพลังกลุ่มประเทศโลกใต้ และชี้นำการปฏิรูปของระบบธรรมาภิบาลโลกไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ผู้นำทั้งสองยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค โดยสีจิ้นผิงกล่าวถึงสถานการณ์ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในตะวันออกกลางว่าการสู้รบทั้งหมดต้องยุติลงทันที พร้อมเสริมว่าการยุติความขัดแย้งโดยเร็วจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อการจัดหาพลังงาน ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน และระเบียบการค้าระหว่างประเทศ
ด้านปูตินกล่าวว่าความร่วมมือระหว่างรัสเซียและจีนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสถียรภาพท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ปั่นป่วน โดยชี้ว่ารัสเซียพร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคีกับจีนต่อไป สนับสนุนจีนในการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ร่วมกันยกระดับสถานะและอิทธิพลขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และเสริมสร้างความเป็นเอกภาพและการประสานงานภายในกลไกกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS)
ปูตินยังให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับจีนเพื่อปกป้องสิทธิอำนาจของสหประชาชาติ (UN) สนับสนุนความหลากหลายของอารยธรรม และส่งเสริมระเบียบระหว่างประเทศไปในทางที่ยุติธรรมและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น ซึ่งระหว่างการเยือนของปูตินในครั้งนี้ จีนและรัสเซียได้ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อสนับสนุนโลกหลายขั้วและรูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หลี่จื้อกั๋ว ผู้อำนวยการฝ่ายยุโรป-เอเชียกลางศึกษา สังกัดสถาบันนานาชาติศึกษาแห่งประเทศจีน กล่าวว่าจีนและรัสเซียถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพ ขณะที่ทั่วโลกเผชิญความปั่นป่วนและการเผชิญหน้าแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากขึ้น โดยความมั่นคงและความแน่นอนของความสัมพันธ์ทวิภาคีถือเป็นส่วนสำคัญต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก