
(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 1 พ.ค. 2026)
วอชิงตัน, 22 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่าบรรดาผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนหน้าต่างพิจารณาเรื่องการแทรกแซงคิวบามานานหลายทศวรรษ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าตัวเขาอาจต้องเป็นผู้ลงมือดำเนินการเอง และเขายินดีที่จะทำเช่นนั้น
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยว่าความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจากับคิวบาในขณะนี้มีไม่มากนัก
เมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯ ได้ตั้งข้อกล่าวหาต่อราอูล คาสโตร ผู้นำการปฏิวัติคิวบา กรณีมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์กองทัพคิวบายิงเครื่องบิน 2 ลำตกจนมีผู้เสียชีวิตเมื่อ 30 ปีก่อน พร้อมส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีนิมิตซ์เข้าสู่ทะเลแคริบเบียน ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มแรงกดดันต่อคิวบาในวงกว้าง
เมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) มิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ระบุว่าการตั้งข้อกล่าวหาคาสโตรของสหรัฐฯ เป็น "เกมการเมือง" ที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ กำลังโกหกและบิดเบือนเหตุการณ์เกี่ยวกับการยิงเครื่องบินขนาดเล็กขององค์กรบราเธอร์ส ทู เดอะ เรสคิว (Brothers to the Rescue) ซึ่งเป็นองค์กรก่อการร้ายค้ายาเสพติด
นอกจากนี้ ดิอัซ-กาเนลยังเตือนเมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) ว่าหากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารต่อคิวบา จะก่อให้เกิดการนองเลือดที่มีผลกระทบอย่างประเมินค่าไม่ได้ และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน