
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเข้าชมงานแสดงรถยนต์ในเมืองจี่หนาน มณฑลชานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 10 เม.ย. 2026)
ปักกิ่ง, 17 เม.ย. (ซินหัว) -- บรรดาผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีนต่างกำลังเร่งบูรณาการแบตเตอรี่ ชิป และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเข้มข้น ขณะที่การแข่งขันได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคแห่งนวัตกรรมมูลค่าสูง โดยมีหัวใจสำคัญคือห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรของจีน ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาได้อย่างรวดเร็ว ความได้เปรียบเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความแข็งแกร่งในระดับประเทศ แต่ยังดึงดูดให้ผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกหันมาจับมือกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นของจีน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในระดับสากลอีกด้วย
ความผันผวนของสถานการณ์โลก รวมถึงการแกว่งตัวของราคาน้ำมันและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นปัจจัยหนุนให้ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้กระตุ้นความต้องการในตลาดที่อ่อนไหวต่อราคาเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นโอกาสใหม่ในการขยายตัวของการส่งออกยานยนต์จากจีน
ขณะเดียวกัน ความกังวลด้านความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ได้ผลักดันให้บริษัทจีนเร่งเข้าสู่ภาคส่วนชิปซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงสูง เพื่อเป้าหมายในการลดต้นทุนและยกระดับสมรรถนะของยานยนต์ให้ดียิ่งขึ้น
บริษัทชั้นนำอย่างนีโอ (NIO) ได้ลงทุนมหาศาลในการพัฒนาชิปขับขี่อัจฉริยะของตนเอง เพื่อลดต้นทุนการผลิตในรถยนต์รุ่นระดับกลาง ในขณะเดียวกัน ฮอไรซัน โรบอติกส์ (Horizon Robotics) เตรียมเปิดตัวโซลูชันชิปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจร ซึ่งจะขยายขีดความสามารถของระบบปฏิบัติการยานยนต์ให้ครอบคลุมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นไปที่การฝึกฝนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ
เป็นที่คาดว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ยานยนต์ทั่วโลกจะเติบโตจนมีมูลค่าถึง 1.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.23 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติอย่างโฟล์กสวาเกน (Volkswagen) ที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์กับระบบนิเวศอุตสาหกรรมในจีนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการร่วมมือกับสตาร์ตอัปท้องถิ่นและยักษ์ใหญ่ด้านแบตเตอรี่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น
บทบาทของจีนในห่วงโซ่คุณค่าโลกกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ในช่วงต้นปี 2026 เติบโตในระดับเลขสองหลัก อันเป็นผลมาจากความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในต่างประเทศ ปัจจุบันภาพรวมการส่งออกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวยานยนต์ทั้งคันเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงชิป โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และสินเชื่อยานยนต์
ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมในระยะยาวของจีนยังคงให้ความสำคัญกับภาคส่วนนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) เน้นย้ำถึงการสนับสนุนยานยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Smart Connected Vehicles) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เกิดใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวตามบริบทการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเตือนว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และกำแพงทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ได้สร้างความไม่แน่นอนครั้งใหม่ให้กับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของข้อมูลและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในระดับสากล
คาดว่า จะมีบริษัทจีนจำนวนมากขึ้นที่จะสร้างโรงงานในต่างประเทศและร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในท้องถิ่นเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ และมุ่งสร้างงานและมีส่วนร่วมในการยกระดับอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจในตลาดเป้าหมายอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/350133.html)