
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานฝึกฝนและเก็บข้อมูลหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชิงเต่า ในเขตเหลาซาน เมืองชิงเต่า มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 23 มี.ค. 2026)
เหอเฝย, 9 เม.ย. (ซินหัว) -- บริษัทผู้ให้บริการแม่บ้านในมณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน ร่วมมือกับบริษัทปัญญาประดิษฐ์พัฒนาเซนเซอร์อัจฉริยะสำหรับทารกแรกเกิด ที่สามารถตรวจจับกลิ่นพร้อมบันทึกข้อมูลการขับถ่ายและสุขภาพระบบย่อยอาหารได้ โดยอุปกรณ์จะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมเพื่อสร้างโปรไฟล์สุขภาพเฉพาะบุคคล ช่วยให้ผู้ดูแลติดตามอาการของเด็กได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีแผนต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อใช้ดูแลผู้สูงอายุในอนาคต
นวัตกรรมเหล่านี้ ตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของปัญญาประดิษฐ์ในอุตสาหกรรมการบริการด้านงานบ้านของจีนซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 5.6 ล้านล้านบาท) โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มดิจิทัลได้นำโมเดลภาษาขนาดใหญ่และฐานข้อมูลมหาศาลมาใช้จับคู่ลูกค้ากับพนักงานบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัลกอริทึมนี้จะเข้ามาพลิกโฉมการบริการในครัวเรือนยุคใหม่
หุ่นยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทในแวดวงนี้เช่นกัน โดยหุ่นยนต์เพื่อนคลายเหงาที่ชื่อว่า "เสี่ยวลี่" (Xiaoli) ทำหน้าที่ตรวจวัดสัญญาณชีพและคอยอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุทั้งในสถานสงเคราะห์และตามบ้านเรือนส่วนบุคคล
ขณะเดียวกัน บริษัทต่างๆ เช่น เซริท (Zerith) กำลังฝึกฝนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบมีล้อเพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจต่างๆ เช่น การเช็ดโต๊ะและการพับผ้าในห้องพักจำลอง โดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนรู้
การเปลี่ยนแปลงทางประชากรเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความต้องการนี้ เนื่องจากประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปของจีนมีจำนวนสูงถึง 310 ล้านคน ณ สิ้นปี 2024 ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุจะมีมูลค่าแตะ 5 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.33 แสนล้านบาท) ภายในปี 2025 ดึงดูดผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและคู่แข่งในอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ตลาดนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้มาจากนโยบายสนับสนุน โดยในปี 2025 กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนได้ออกแนวปฏิบัติเพื่อเร่งยกระดับอุตสาหกรรมสู่ระบบดิจิทัล ครอบคลุมการใช้คลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้บริการอย่างตรงจุด ตลอดจนการนำหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์มาใช้ เพื่อขยายขอบเขตบริการงานบ้านให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่ต้นทุนการผลิตที่สูงและความคล่องตัวที่จำกัดเมื่อต้องปฏิบัติงานที่ซับซ้อน รวมถึงประเด็นความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการขาดมาตรฐานกลางที่เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ช่วยในครัวเรือนที่ไว้วางใจได้ และกลายเป็นคู่คิดดิจิทัลที่สำคัญในสายงานบริการแม่บ้านและการดูแลบ้าน โดยมีระบบปัญญาประดิษฐ์เป็นรากฐานสำคัญ
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/349999.html)