
วอชิงตัน, 1 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเกี่ยวกับแผนการปรับลดราคาเชื้อเพลิงว่ากองทัพสหรัฐฯ จะถอนกำลังออกจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากไม่มีเหตุผลต้องอยู่ต่อไป และราคาเชื้อเพลิงก็จะปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจากัน เป็นไปได้ที่สงครามจะยุติลงเร็วขึ้นหากทั้งสองประเทศสามารถบรรลุข้อตกลง โดยอิหร่านอยากทำข้อตกลงมากกว่าเขาเสียอีก พร้อมเน้นย้ำว่าการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสายสำคัญของโลกนั้นขึ้นอยู่กับประเทศอื่นๆ
อนึ่ง ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกันระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินโดยเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) สูงเกิน 4 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 130 บาท) ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
รายงานระบุว่าทรัมป์กล่าวถ้อยคำที่ขัดแย้งกันหลายครั้งเกี่ยวกับกรอบเวลาของสงคราม นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. และกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากความผันผวนของตลาดพลังงานและความกังวลสงครามยืดเยื้อของนักลงทุน
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับกลุ่มสื่อมวลชนสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) ว่าสงครามครั้งนี้ใกล้จะจบลง แต่สหรัฐฯ มีงานต้องทำอีก โดยเฉพาะการทำลายขีดความสามารถสู้รบของอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เดินหน้าเร็วกว่ากำหนด 2 สัปดาห์
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวว่าสงครามครั้งนี้จะใช้เวลา 4-6 สัปดาห์นับจากวันที่ 28 ก.พ. แต่ปัจจุบันสงครามครั้งนี้ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 แล้ว
ด้าน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวว่าช่วงไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นช่วง "ชี้ขาด" ของสงครามครั้งนี้ พร้อมยอมรับว่าอิหร่านยังคงมีความสามารถสู้รบตอบโต้ ขณะที่ แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวว่ามีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง 50,000 นาย
