
(แฟ้มภาพซินหัว : ลูกค้ากำลังนั่งพักผ่อนในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 20 ก.พ. 2026)
โตเกียว, 29 มี.ค. (ซินหัว) -- หลังเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (SDF) ที่ยังอยู่ในประจำการ บุกรุกเข้าไปในสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียวเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีบุคคลสำคัญในสังคมญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยขอให้ก้าวข้ามจากเพียงการแสดงจุดยืนว่า "รู้สึกเสียใจ" ไปสู่การขอโทษจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อนำตัวผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
ยูจิน ฟูเสะ (Yujin Fuse) นักข่าวสายทหารระดับอาวุโสของญี่ปุ่น ระบุว่าความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้เป็นของฝ่ายญี่ปุ่นทั้งหมด และญี่ปุ่นควรยอมรับผิดพร้อมกล่าวขอโทษจีน โดยเตือนว่าการปฏิเสธไม่ยอมทำเช่นนั้นอาจส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลง
ด้านเซโกะ มิมากิ (Seiko Mimaki) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโดชิชะของญี่ปุ่น ตั้งข้อสังเกตว่าในฐานะที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงนามในอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต ญี่ปุ่นมีพันธกรณีที่จะต้องป้องกันการบุกรุกและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคณะผู้แทนทางการทูตจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงควรตอบสนองต่อความล้มเหลวในการคุ้มครองสถานทูตจีนในกรณีนี้อย่างจริงใจ
เธอเตือนว่าการเพิกเฉยต่อความรับผิดชอบนี้ และมุ่งเน้นเพียงแค่การทำให้ "จีนไม่มีช่องในการวิพากษ์วิจารณ์" จะส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นในเวทีโลกในท้ายที่สุด
โยอิจิ โจมารุ (Yoichi Jomaru) อดีตนักข่าวจากหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน ของญี่ปุ่น ตั้งคำถามว่ารัฐบาลญี่ปุ่นตั้งใจจะจบเรื่องนี้ง่ายๆ ด้วยการเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า "เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง" เท่านั้นหรือ
"หากพูดตามหลักตรรกะแล้ว อย่างน้อยที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศควรออกตัวมาขอโทษ" เขากล่าว พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า "รัฐบาลมีเจตนาที่จะปล่อยให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศย่ำแย่ลงไปอีกหรือไม่"
ข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศญี่ปุ่น ระบุว่าเมื่อเช้าวันอังคาร (24 มี.ค.) ที่ผ่านมา มีชายผู้หนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็น "เจ้าหน้าที่ของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น" ได้บุกรุกเข้าไปในสถานทูตจีนด้วยการปีนข้ามกำแพง พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะสังหารบุคลากรทางการทูตของจีน
ทางสถานทูตฯ ได้ดำเนินการประท้วงอย่างเป็นทางการ และคัดค้านฝ่ายญี่ปุ่นอย่างรุนแรง โดยเรียกร้องให้ฝ่ายญี่ปุ่นชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยความรับผิดชอบ อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงแสดงท่าทีเพียงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ "น่าเสียใจ" และยังไม่มีการกล่าวขอโทษหรือประกาศมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดที่ชัดเจนแต่อย่างใด