
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวเข้าชมถ้ำโม่เกา เมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 19 พ.ค. 2025)
หลานโจว, 24 มี.ค. (ซินหัว) – ไม่นานนี้ มหาวิทยาลัยชนชาติซีเป่ยของจีน ได้เผยความสำเร็จในการรวบรวมและตีพิมพ์เนื้อหาฉบับสมบูรณ์ของคัมภีร์โบราณทิเบต (Tibetan manuscripts) จากเมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ของจีน ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส หลังจากจีนและฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทำงานร่วมกันมานานถึง 20 ปี
คัมภีร์โบราณทิเบต คือ เอกสารโบราณที่เขียนด้วยลายมือ มักบันทึกองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสนา และวัฒนธรรมของชาวทิเบต
เซริง (Tsering) ผู้อำนวยการสถาบันเอกสารชาติพันธุ์โพ้นทะเลของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการนี้ในนครหลานโจวของมณฑลกานซู่ กล่าวว่า ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มีการขนย้ายคัมภีร์โบราณทิเบตจำนวน 61 เล่ม ออกจาก “ถ้ำห้องสมุด” (Library Cave) หรือคลังเก็บเอกสารแห่งหมู่ถ้ำหินแกะสลักโม่เกา ในเมืองตุนหวง โดยปัจจุบันเอกสารโบราณเหล่านี้ อยู่ในความดูแลของหอสมุดของสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส หลังจากที่เคยถูกเก็บรักษาไว้ในถ้ำโม่เกามานานนับพันปี’
โครงการจัดพิมพ์นี้ ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสำนักพิมพ์เซี่ยงไฮ้ คลาสสิกส์ (Shanghai Classics Publishing House) ร่วมกับหอสมุดของสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2005-2025
เซริงกล่าวว่า ในปี 2021 มีการตีพิมพ์คัมภีร์โบราณทิเบตจากฝรั่งเศสจำนวน 35 เล่ม ซึ่งประกอบด้วย รายการสารบัญเอกสาร 3,174 ชิ้น และภาพถ่ายความละเอียดสูงกว่า 28,000 ภาพ ต่อมาในปี 2025 คัมภีร์โบราณทิเบตจากสหราชอาณาจักรอีก 26 เล่ม ก็ได้ถูกตีพิมพ์ด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้ มีการพิมพ์สำเนาคัมภีร์เหล่านี้ ออกมาเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
ทาชิ ดอนดรุป (Tashi Dondrup) ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยชนชาติซีเป่ย กล่าวว่า ก่อนการตีพิมพ์คณะนักวิจัยเจออุปสรรคหลายประการ เช่น ตัวอักษรที่ไม่สมบูรณ์ ลายมือที่เลือนลาง และความซับซ้อนของภาษา เพื่อจัดทำสารบัญเอกสารสองภาษา (จีน-ทิเบต) ของเอกสารโบราณดังกล่าว
ตุนหวง เป็นเมืองตามแนวเส้นทางสายไหมโบราณ ในมณฑลกานซู่ เป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) จำนวน 3 แห่ง และแหล่งโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอีกกว่า 260 แห่ง
คัมภีร์โบราณทิเบตจากตุนหวง ถือเป็นเอกสารภาษาทิเบตที่เขียนบนกระดาษที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่คัมภีร์ทางพุทธศาสนา งานเขียนทางประวัติศาสตร์ สัญญา เอกสารราชการ และตัวบทกฎหมาย สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ที่กว้างขวาง ทั้งด้านประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของอาณาจักรทูโบ (ค.ศ. 618-842) ซึ่งมีคุณค่าทางวิชาการในระดับสูง
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/349826.html)