เซี่ยเหมิน, 17 มี.ค. (ซินหัว) -- คณะนักศึกษา 30 คน และอาจารย์ 4 คน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติระหว่างเยาวชนไทยและจีน หัวข้อเส้นทางสายไหมทางทะเลและมรดกโลก ในเมืองเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 9-15 มี.ค. เพื่อสำรวจแหล่งมรดกโลกและสัมผัสวัฒนธรรมฝูเจี้ยนตอนใต้ในเมืองเฉวียนโจว ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือขนาดใหญ่ที่สุดในโลกบนเส้นทางสายไหมทางทะเลสายโบราณ โดยเฉพาะช่วงราชวงศ์ซ่ง (ปี 960-1279) และราชวงศ์หยวน (ปี 1271-1368)
เหล่านักศึกษาชาวไทยได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกโลกหลายแห่ง เช่น เรียนรู้ประวัติศาสตร์นับพันปีของการค้าบนเส้นทางสายไหมทางทะเลที่พิพิธภัณฑ์การเดินเรือเฉวียนโจว ทำความรู้จักศิลปะการต่อสู้และสัมผัสเสน่ห์ของศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของจีนที่วัดเส้าหลินใต้ ชมการแสดงหุ่นกระบอก ดนตรีหนานอิน และศิลปะหัตถกรรมดั้งเดิมของฝูเจี้ยนตอนใต้ที่ห้องปฏิบัติการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในท้องถิ่น
ณัฐวุฒิ สกุลไทย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่านี่เป็นการมาเยือนเฉวียนโจวครั้งแรก ชอบทั้งอากาศ เมือง หอคอย และอาหารของที่นี่มาก ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์มากมาย และสิ่งที่ชอบมากที่สุดคือวัดเส้าหลินเพราะชอบกังฟูอยู่แล้ว ด้านพัชรินทร์ เพ็งเรือง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 อีกคน กล่าวว่าตื่นเต้นและมีความสุขมากที่ได้มาเฉวียนโจว ชอบงานแกะสลักหินเพราะทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีน และตั้งใจจะแนะนำให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ที่ไทยได้รู้จักเมืองเฉวียนโจว
ฐิตาภา บำรุงศิลป์ คณบดีคณะการจัดการการท่องเที่ยวของมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่าโครงการแลกเปลี่ยนนี้มีประโยชน์มาก นักศึกษาชาวไทยและนักศึกษาชาวจีนได้ทำกิจกรรมและเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และอาหาร นอกจากนั้นผู้คนที่นี่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นแม้ต่างวัฒนธรรมกัน และเฉวียนโจวให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านการอนุรักษ์มรดกโลกในหมู่คนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี ขณะการอนุรักษ์มรดกโลกนั้นเป็นงานของทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
อนึ่ง มหาวิทยาลัยหัวเฉียว (วิทยาเขตเมืองเฉวียนโจว) ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยของจีนที่มีนักศึกษาชาวไทยมากที่สุด และมีความร่วมมือด้านการศึกษากับมหาวิทยาลัยของไทย 8 แห่ง เป็นผู้จัดโครงการแลกเปลี่ยนนี้ด้วยความหวังว่าจะช่วยเยาวชนไทยได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมทางทะเลและวัฒนธรรมฝูเจี้ยนตอนใต้อย่างใกล้ชิด รวมถึงเป็นสะพานเชื่อมคนจีนและคนไทยรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนความคิดและเสริมสร้างมิตรภาพ