
(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานปฏิบัติงานในสายการผลิตของบริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอเหิงตง เมืองเหิงหยาง มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน วันที่ 29 ม.ค. 2026)
เบอร์ลิน, 12 มี.ค. (ซินหัว) -- จีนกำลังาวเข้าสู่ขั้นใหม่ของการพัฒนาที่มุ่งยกระดับคุณภาพ ปรับปรุงเทคโนโลยี และเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน เคลเมนส์ ชุตต์ (Clemens Schuette) ประธานสมาคมธุรกิจเยอรมัน-จีน ระบุว่าการเปลี่ยนผ่านนี้กำลังส่งผลต่อการจัดระเบียบใหม่ของทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศและภูมิทัศน์อุตสาหกรรมระดับโลก
ทิศทางการเติบโตของจีนได้เปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไปสู่การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ผลิตภาพ และความยั่งยืน โดยชุตต์ระบุว่าจีนได้สร้างพันธสัญญาเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวในกลุ่มเทคโนโลยีเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีควอนตัม และการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
ในขณะที่ตลาดจีนยกระดับขึ้น ความต้องการใหม่ๆ ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดนวัตกรรมระดับโลกที่สูงขึ้น โดยชุตต์เน้นย้ำว่า แม้ลัทธิกีดกันทางการค้าจะเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่อื่นๆ แต่จีนยังคงมุ่งมั่นในหลักการเปิดกว้างระหว่างกัน ซึ่งช่วยส่งเสริมความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจโลก
จีนได้กลับมาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของเยอรมนีอีกครั้งในปี 2025 ความสัมพันธ์นี้มีลักษณะเด่นคือการพึ่งพาอาศัยกันในเชิงโครงสร้าง ซึ่งสะท้อนจากจำนวนบริษัทเยอรมันกว่า 5,000 แห่ง ที่ดำเนินกิจการอยู่ในจีน ขณะเดียวกันก็มีบริษัทจีนราว 3,000 แห่ง ที่ดำเนินกิจการอยู่ในเยอรมนี
จีนได้พัฒนาจากฐานการผลิตต้นทุนต่ำสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสำคัญ โดยบริษัทชั้นนำของเยอรมนีอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู (BMW), โฟล์กสวาเกน (Volkswagen), ซีเมนส์ (Siemens) และ บีเอเอสเอฟ (BASF) ต่างเร่งขยายขีดความสามารถด้านการวิจัยและวิศวกรรมในท้องถิ่น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและคว้าประโยชน์จากบทบาทของจีนในฐานะผู้นำระดับโลก

(แฟ้มภาพซินหัว : บรรดาผู้เข้าร่วมงานพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ภายในงาน "การประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรมลับจีน-เยอรมนี (จีน-ยุโรป) ประจำปี 2025" (China-Germany (China-Europe) Hidden Champions Forum 2025) ณ กรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 26 พ.ค. 2025)
บริษัทเยอรมันได้เพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรชาวจีนเพื่อเร่งวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงร่วมกันบุกเบิกตลาดที่สาม ความร่วมมือเหล่านี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อตอบสนองต่อตลาดในประเทศ แต่ยังมุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับโลกด้วย
ในด้านธรรมาภิบาลโลก จีนยังคงเดินหน้าสนับสนุนกรอบความร่วมมือพหุภาคี เช่น องค์การการค้าโลก (WTO) และสหประชาชาติ (UN) นอกจากนี้ บทบาทความเป็นผู้นำของจีนในด้านพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า ยังทำให้จีนกลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ชุตต์กล่าวว่า จีนมีบทบาทเชิงรุกและมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในยุคสมัยแห่งความไม่แน่นอนเช่นนี้ เสถียรภาพและความร่วมมือที่สมเหตุสมผลถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจโลก
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/349719.html)