
(แฟ้มภาพซินหัว : หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แสดงไลฟ์แอ็กชันในธีมเทพปกรณัมที่แหล่งท่องเที่ยวในเมืองชิงเต่า มณฑลชานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 26 ก.พ. 2026)
ปักกิ่ง, 5 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) การกำกับดูแลอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่กำลังเติบโตของจีนได้ก้าวไปอีกขั้น โดยเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีการประกาศใช้ระบบมาตรฐานระดับชาติฉบับแรก ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมและและตลอดอายุการใช้งานของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (embodied AI)
ระบบมาตรฐานดังกล่าว ได้รับการเปิดตัวในการประชุมประจำปีว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (HEIS) ณ กรุงปักกิ่งของจีน ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ข้อกำหนดพื้นฐานร่วมกัน ระบบประมวลผลอัจฉริยะที่คล้ายสมอง ชิ้นส่วนรยางค์และส่วนประกอบ เครื่องจักรและระบบที่สมบูรณ์ การประยุกต์ใช้งาน ตลอดจนความปลอดภัยและจริยธรรม
มาตรฐานดังกล่าว ได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยสถาบันวิจัย องค์กรธุรกิจ และผู้ใช้งานในอุตสาหกรรมกว่า 120 แห่ง ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการฝ่ายเทคนิคด้านมาตรฐานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ของจีน
คณะกรรมการฯ ระบุว่า มาตรฐานด้านการประมวลผลอัจฉริยะที่คล้ายสมองนั้น ครอบคลุมข้อกำหนดที่สำคัญสำหรับ "สมองและสมองน้อย" (brain and cerebellum) ของปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพและการประมวลผลอัจฉริยะ ซึ่งจะเข้ามาควบคุมวงจรของข้อมูลทั้งหมด ตลอดจนกระบวนการฝึกฝนและการนำโมเดลไปใช้งาน
ในส่วนของมาตรฐานการประยุกต์ใช้งาน จะทำหน้าที่กำกับดูแลการพัฒนา การดำเนินงาน และการบำรุงรักษาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสถานการณ์ต่างๆ ในขณะที่มาตรฐานด้านความปลอดภัยและจริยธรรมจะครอบคลุมตลอดวงจรของอุตสาหกรรม เพื่อรับประกันว่าการพัฒนาทางทางเทคโนโลยีนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง
การประกาศใช้ระบบมาตรฐานนี้เกิดขึ้นหลังจากอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนเติบโตอย่างมากตลอดปี 2025 โดยได้รับการสนับสนุนจากแผนงานระยะกลางและระยะยาวของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ที่มุ่งให้อุตสาหกรรมนี้เป็นภาคส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนรายงานว่า ปี 2025 ถือเป็นปีแรกแห่งการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จำนวนมาก (mass production) ของจีน โดยมีผู้ผลิตในประเทศกว่า 140 ราย เปิดตัวหุ่นยนต์แล้วมากกว่า 330 รุ่น
จีนคาดว่าระบบมาตรฐานใหม่นี้จะเป็นแนวทางสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคและมาตรการด้านความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/349672.html)