
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 5 พ.ย. 2025)
วอชิงตัน, 5 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) วุฒิสภาของสหรัฐฯ ไม่สามารถผลักดันมติเกี่ยวกับอำนาจการทำสงคราม ซึ่งมุ่งยับยั้งปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากบรรดาสมาชิกพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันยังคงเห็นต่างกันอย่างมากในประเด็นดังกล่าว
รายงานระบุว่าด้วยคะแนนเสียง 53 ต่อ 47 วุฒิสภาสหรัฐฯ ที่มีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากได้สกัดกั้นมติข้างต้นที่มุ่งป้องกันไม่ให้ทรัมป์สั่งโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมโดยปราศจากการอนุมัติของสภาคองเกรส โดยช่วงก่อนลงคะแนนเสียง สมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่วิจารณ์การโจมตีอิหร่าน ขณะพรรครีพับลิกันพากันแก้ต่างให้ทรัมป์
ทิม เคน วุฒิสมาชิกอาวุโสจากพรรคเดโมแครต ซึ่งร่วมสนับสนุนมติข้างต้น กล่าวว่าฝ่ายบริหารและการให้เหตุผลที่เปลี่ยนแปลงไปมาของพวกเขา แม้แต่ในที่ประชุมลับ ไม่สามารถแสดงหลักฐานใดๆ ได้ว่าสหรัฐฯ เผชิญภัยคุกคามจวนตัวจากการโจมตีของอิหร่าน
เคนตั้งคำถามว่าสหรัฐฯ ไม่ได้บทเรียนจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อนาน 25 ปีเลยหรือ? ทหารอเมริกัน 14,000 นาย รวมถึงพลเรือนหลายแสนราย ต้องสังเวยชีวิตในอิหร่านและอัฟกานิสถาน งบประมาณกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 253 ล้านล้านบาท) ที่อาจใช้กับการดูแลสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการศึกษาของชาวอเมริกัน กลับถูกใช้กับสงครามในอัฟกานิสถานและอิรัก แล้วสุดท้ายสหรัฐฯ ได้อะไรจากสงครามนี้
แพตตี เมอร์เรย์ วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตและรองประธานคณะกรรมการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภา กล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเอาชีวิตของชาวอเมริกันไปเดิมพันกับแผนการที่ไม่สมบูรณ์ เป้าหมายที่ไม่ชัดเจน และอนาคตที่ไม่แน่นอนอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ดี สมาชิกพรรครีพับลิกันโต้แย้งว่าปฏิบัติการของทรัมป์ในอิหร่านนั้นจำเป็นและชอบธรรม พร้อมกล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าคัดค้านปฏิบัติการของทรัมป์ด้วยเหตุผลแบ่งพรรคแบ่งพวก
