
(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กกำลังทดลองใช้อุปกรณ์เออาร์ที่ห้องสมุดแห่งหนึ่ง ในเมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 21 เม.ย. 2025)
ปักกิ่ง, 17 ส.ค. (ซินหัว) -- หลี่จื่อหนิง เสียบหูฟังและฟังผู้บรรยายเสียงเล่ามหากาพย์นิยายวิทยาศาสตร์เรื่องดาวซานถี่ อุบัติการณ์สงครามล้างโลก (The Three-Body Problem) เข้าสู่โลกอันเงียบสงัดเหนือความเป็นจริงของตัวเอง ขณะยืนเบียดเสียดกับคนแปลกหน้าบนรถไฟฟ้าใต้ดินที่โยกไปมา ในเวลาเดียวกันชาวจีน "เจนซี" (Gen Z) หลายล้านคนทั่วประเทศกำลังแสวงหาความเงียบสงัดเช่นเดียวกัน หน้าจอสว่างไสวของอุปกรณ์ดิจิทัลจึงทำหน้าที่เหมือนหน้ากระดาษในหนังสือสำหรับพวกเขา
หลี่เปิดเผยว่าตนมักเปิดหนังสือเสียง (Audiobook) อยู่เสมอขณะทำอาหารหรือวิ่งออกกำลังกาย และทำให้เธอสามารถอ่านนิยายวิทยาศาสตร์หลายเล่มจนจบโดยไม่รู้ตัว
คนในยุคดิจิทัลที่เกิดระหว่างปี 1995-2009 ในจีน หรือที่มักเรียกว่าเจเนอเรชัน ซี (Generation Z) หรือเจนซี ได้เขียนกฎใหม่ของการค้นพบ การบริโภค และการแบ่งปันเรื่องราว
เจนซี ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดของประเทศจีน มีแนวโน้มที่จะดาวน์โหลดอี-บุ๊ก (e-book) ลงในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตมากกว่าการไปซื้อหนังสือหรือไปห้องสมุดเพื่อหาหนังสือที่เป็นเล่มมาอ่าน คนกลุ่มนี้บริโภควรรณกรรมออนไลน์จำนวนมาก ทั้งยังแบ่งบันรีวิวและคำอธิบายประกอบบนโซเชียลมีเดีย ตลอดจนติดตาม "บล็อกเกอร์ด้านหนังสือ" และมองหา "เพื่อนร่วมอ่าน"
ข้อมูลจากวีแชท รีดดิง (WeChat Reading) แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ 6.56 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 46 ของผู้ใช้งานรายเดือนเป็นคนเจนซี ขณะที่บนแพลตฟอร์มจ่างเย่ว์ของไอรีดเดอร์ เทคโนโลยี (iReader Technology) มีราวหนึ่งในสามของผู้ใช้งานประจำรายเดือนที่เป็นเจนซี ซึ่งใช้เวลาบนแพลตฟอร์มเฉลี่ย 120 นาทีต่อวัน
เฉินเหวินถิง สมัครสมาชิกรายปีของแอปพลิเคชันสำหรับการอ่าน เพราะเชื่อว่าการอ่านอี-บุ๊กช่วยให้สามารถอ่านเมื่อไหร่และที่ไหนก็ได้ แถมยังค่อนข้างประหยัด
การสำรวจของสถาบันการพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ของจีนแสดงให้เห็นว่าเมื่อปี 2024 ร้อยละ 38.5 ของประชากรผู้ใหญ่มีส่วนร่วมในการอ่านผ่านหนังสือเสียง
สำหรับคนหนุ่มสาว หนังสือไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เอาไว้อ่านเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์ผ่านการตีความของผู้อื่นด้วย
เฉิงหนาน นักศึกษามหาวิทยาลัย มีความสนใจคลิปวิดีโอที่อธิบายนิยายรางวัลโนเบล "หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว" (One Hundred Years of Solitude) บนแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ชั้นนำอย่างปีลีปีลี (Bilibili) โดยระบุว่าการรวบรวมความกล้าเพื่ออ่านวรรณกรรมคลาสสิกเป็นเรื่องยากสำหรับตน แต่คลิปวิดีโอเหล่านี้กลับน่าสนใจมาก เพราะไม่เพียงครอบคลุมเนื้อเรื่อง แต่ยังให้ภูมิหลังและข้อมูลขยายความเพิ่มเติม โดยมักมาพร้อมแอนิเมชันหรือคลิปจากการดัดแปลงจากโทรทัศน์ ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เมื่อผู้สร้างเนื้อหาปล่อยคลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์พร้อมภาพประกอบเกี่ยวกับนิยายจีนเรื่อง "ไวต์ เดียร์ เพลน" (White Deer Plain) หรือ "ทุ่งกวางขาว" จำนวนยอดเข้าชมก็พุ่งเกิน 20 ล้านครั้ง ซึ่งทำเวลาเร็วกว่าการจำหน่ายหนังสือฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกจนหมด
ในปี 2024 จำนวนวิดีโอด้านการอ่านที่ยาวกว่า 5 นาทีบนแพลตฟอร์มโต่วอิน (Douyin) หรือติ๊กต็อก (TikTok) เวอร์ชันจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 336 เมื่อเทียบปีต่อปี พร้อมกับยอดเข้าชมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 137 ขณะเดียวกันวิดีโอและภาพรีวิวหนังสือมียอดเข้าชมเพิ่มขึ้นร้อยละ 135 และยอดแชร์สะสมเพิ่มขึ้นร้อยละ 518
เสี่ยวเซี่ย นักศึกษามหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าเจนซีบางคนยังคงสนุกกับการหา "เพื่อนร่วมอ่าน" ที่มีความคิดคล้ายกัน โดยการอ่านกับ "เพื่อน" ไม่เพียงแต่ช่วยให้ตารางเวลาเป็นไปตามแผนและทำให้สามารถอ่านหนังสือจบตรงเวลา แต่ยังให้มุมมองและความรู้ใหม่ พร้อมพบจุดบอดหรือข้อจำกัดในความคิดของตัวเอง
เฉินระบุว่าบนแพลตฟอร์มวีแชท รีดดิง ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับผู้อื่นผ่านการไฮไลต์และแสดงความเห็นในประโยคเฉพาะบางประโยค โดยสามารถบันทึกความคิดเอาไว้เมื่ออ่านหนังสือหรืออ่านประโยคใดประโยคหนึ่ง และเมื่อไม่เข้าใจบางอย่างในหนังสือ ก็จะสามารถดูความคิดเห็นของคนอื่นและบางครั้งจึงก่อเกิดเป็นความเข้าใจใหม่ๆ พร้อมเสริมว่าการอ่านหนังสือเล่มหนาจะสนุกขึ้นเมื่อได้อ่านควบคู่ไปกับอ่านความคิดเห็นจากผู้อ่านคนอื่นๆ
ขณะเดียวกัน สำนักพิมพ์แบบดั้งเดิมกำลังตามกระแสดิจิทัล ใช้บิ๊ก ดาต้า (big data) เพื่อเข้าถึงผู้อ่านและไลฟ์สดเพื่อเปิดตัวหนังสือใหม่ หวงจื้อเจียน ประธานไชน่า พับบลิชชิ่ง กรุ๊ป (China Publishing Group) เปิดเผยว่าปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการนิยามรูปแบบผลิตภัณฑ์และกฎอุตสาหกรรมใหม่ และหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์คือการแบ่งปันความรู้ ซึ่งไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงบนหน้ากระดาษในหนังสือ
ฉงถิ่ง ศาสตราจารย์คณะสิ่งพิมพ์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้ ระบุว่าอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ต้องพยายามใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงเนื้อหาคุณภาพได้ง่ายขึ้น