
การากัส, 3 ม.ค. (ซินหัว) -- วันเสาร์ (3 ม.ค.) เวเนซุเอลาประณามกรณีสหรัฐฯ ดำเนินการรุกรานทางทหาร หลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายครั้งและมีรายงานการพบเห็นอากาศยานเหนือน่านฟ้ากรุงการากัสในช่วงเช้าวันเดียวกัน
รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุว่าการโจมตีทางทหารครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือนและที่ตั้งทางทหารในอย่างน้อย 4 รัฐทั่วเวเนซุเอลา อาทิ กรุงการากัส รวมถึงรัฐมิรันดา อารากัว และลา กัวอิรา โดยชี้ว่าการกระทำของสหรัฐฯ นับเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน
รายงานระบุว่ามีการพบเห็นอากาศยานบินในระดับต่ำ และกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นหลังสิ้นเสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันเสาร์ (3 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงการากัส อีกทั้งมีรายงานเหตุไฟฟ้าดับในบางพื้นที่เป็นระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งรวมถึงฐานทัพทหารในการากัสด้วย
แถลงการณ์ระบุว่านิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตามแผนป้องกันประเทศทั้งหมดทันที พร้อมทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยคุกคามภายนอก
หลังจากเริ่มมีการโจมตีได้ไม่นาน เจนนิเฟอร์ เจคอบส์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวของซีบีเอส (CBS) ได้อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้สั่งการให้ดำเนินการโจมตีครั้งนี้ ขณะที่ฟ็อกซ์นิวส์ (FOX News) รายงานว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ยืนยันการทิ้งระเบิดดังกล่าวแล้ว
วันเสาร์ (3 ม.ค.) กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย เรียกร้องให้มีการจัดประชุมด่วนระหว่างองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) และสหประชาชาติ (UN) เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุโจมตีในเวเนซุเอลา
สหรัฐฯ ดำเนินกิจกรรมทางทหารในภูมิภาคแคริบเบียนอย่างมีนัยสำคัญช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) และกำลังพลราว 15,000 นาย โดยส่วนใหญ่ประจำการอยู่นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา ภายใต้ข้อกล่าวอ้างว่าเพื่อปราบปรามการลักลอบขนส่งยาเสพติด ขณะที่เวเนซุเอลาได้ออกมาประณามว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในเวเนซุเอลา