
(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 21 ก.ย. 2025)
วอชิงตัน, 20 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (18 ธ.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะทำสงครามกับเวเนซุเอลา
เมื่อวันศุกร์ (19 ธ.ค.) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอ็นบีซีทางโทรศัพท์ว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะทำสงครามกับเวเนซุเอลา ทรัมป์ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่า การโค่นล้มนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลานั้นเป็นเป้าหมายสูงสุดของตนหรือไม่ พร้อมกล่าวว่านิโคลัส มาดูโร รู้อยู่เต็มอกว่าตนนั้นต้องการอะไร
ทรัมป์เสริมว่า จะมีการยึดเรือน้ำบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติม พร้อมกล่าว่าถ้าเวเนซุเอลายังดึงดันที่จะส่งออกน้ำมัน เรือเหล่านั้นจะถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยึดและลากเข้าฝั่งของสหรัฐฯ
เมื่อวันอังคาร (16 ธ.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ดำเนินการปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรทุกลำที่เดินทางเข้า-ออกจากเวเนซุเอลาอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรการกดดันประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 ทรัมป์ย้ำหลายครั้งว่าเขาจะทำให้สหรัฐฯ ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในต่างแดน และทรัมป์เคยกล่าวสุนทรพจน์หลังจากชนะการเลือกตั้งว่าตนจะ "ไม่ก่อสงคราม แต่จะยุติสงคราม"
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาเกือบสี่เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้รักษากองกำลังทหารจำนวนมากไว้ในภูมิภาคแคริบเบียน โดยส่วนใหญ่อยู่บริเวณนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติด ซึ่งเวเนซุเอลาได้ประณามข้ออ้างดังกล่าวว่าเป็นความพยายามที่แฝงเร้นความมุ่งหวังให้เวเนซุเอลาเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเรืออย่างน้อย 28 ลำ โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 95 ราย
บรรดานักวิจารณ์ รวมถึงสมาชิกรัฐสภาจากสองพรรคใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อสงสัยว่าการปราบปรามยาเสพติดเป็นแรงจูงใจเพียงประการเดียวของสหรัฐฯ จริงหรือไม่ ตลอดจนตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของปฏิบัติการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียนนานหลายเดือน
ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยควินนิเพียกของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (17 ธ.ค.) แสดงให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ชาวสหรัฐร้อยละ 63 คัดค้านการโจมตีทางทหารต่อเวเนซุเอลาของรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่ร้อยละ 25 แสดงการสนับสนุน