
ออสโล, 18 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (17 ธ.ค.) สำนักงานองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรประบุว่าไข้หวัดใหญ่ได้แพร่ระบาดไปทั่วภูมิภาคยุโรปเร็วกว่าปกติในฤดูหนาวปีนี้ โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (เอช3เอ็น2) ซึ่งกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่พบมากที่สุดในขณะนี้ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขในบางประเทศ
องค์การฯ ระบุว่าฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ในปีนี้เริ่มต้นเร็วกว่าฤดูกาลก่อนหน้าราวสี่สัปดาห์ โดยในบรรดา 38 ประเทศที่รายงานข้อมูล พบว่าอย่างน้อย 27 ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในระดับที่สูงหรือสูงมาก ขณะที่ในไอร์แลนด์ คีร์กีซสถาน มอนเตเนโกร เซอร์เบีย สโลวีเนีย และสหราชอาณาจักร มีผู้ป่วยมากกว่าครึ่งหนึ่งตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ หลังจากเข้ารับการตรวจด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่
ฮันส์ อองรี พี. คลูเกอ ผู้อำนวยการสำนักงานองค์การฯ ประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่าไข้หวัดใหญ่มักกลับมาแพร่ระบาดในทุกฤดูหนาว แต่ปีนี้มีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย
คลูเกอระบุว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (เอช3เอ็น2) กลุ่มย่อยเค ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยใหม่ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ทว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าสายพันธุ์ย่อยดังกล่าวก่อโรคในระดับรุนแรงขึ้น โดยองค์การฯ เผยว่าสายพันธุ์ย่อยนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดในภูมิภาค
องค์การฯ ระบุว่าข้อมูลเบื้องต้นจากสหราชอาณาจักรชี้ให้เห็นว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในปัจจุบันช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (เอช3เอ็น2) แม้ว่าวัคซีนไม่อาจป้องกันการติดเชื้อได้เต็มที่ก็ตาม พร้อมย้ำว่าการฉีดวัคซีนยังคงเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงอาการป่วยรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์ และเด็ก รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายลำดับแรกเช่นกัน
องค์การฯ คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะยังคงเพิ่มขึ้นจนกว่าจะถึงจุดสูงสุดของฤดูกาล ซึ่งมีแนวโน้มตรงกับช่วงปลายเดือนธันวาคมหรือต้นเดือนมกราคม พร้อมเสริมว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถฟื้นตัวได้ด้วยตนเอง แต่ผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีโรคประจำตัวควรเข้ารับการรักษาทางการแพทย์