
สหประชาชาติ, 29 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (28 ก.ย.) สำนักงานโฆษกเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ยืนยันการกลับมาดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในย่อหน้าที่ 11 และ 12 ของข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2231 (ปี 2015) ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 27 ก.ย. ตอน 20.00 น. ตามเขตเวลาตะวันออก
บันทึกจากสำนักงานฯ ถึงกลุ่มผู้สื่อข่าวระบุการกลับมาบังคับใช้บทบัญญัติทั้งหมดของข้อมติที่ 1696 (ปี 2006) 1737 (ปี 2006) 1747 (ปี 2007) 1803 (ปี 2008) 1835 (ปี 2008) และ 1929 (ปี 2010) อย่างสอดคล้องต้องกันกับตอนก่อนรับรองข้อมติที่ 2231 (ปี 2015) เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2015
ด้วยเหตุนี้ มีการกลับมาบังคับใช้บัญชีรายการคว่ำบาตรที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดขึ้นมาตามข้อมติที่ 1737 ซึ่งครอบคลุมบุคคล 43 คน และองค์กร 78 แห่ง ที่ถูกขึ้นบัญชีก่อนการรับรองข้อมติที่ 2231 โดยมีการแจกแจงบุคคลและองค์กรที่ถูกเพิ่มกลับเข้าบัญชีรวมรายการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
อนึ่ง ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ได้ใช้กลไกกระตุ้น (snapback) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งเปิดทางให้กลับมาดำเนินมาตรการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติภายใน 30 วัน หากเล็งเห็นว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ ปี 2015 หรือแผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์ (JCPOA)
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติไม่สามารถรับรองข้อมติที่ขยายการผ่อนผันการคว่ำบาตรอิหร่านภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ส่งผลให้คณะมนตรีฯ ไม่สามารถรับรองข้อมติต่อเนื่องที่มุ่งขยายการผ่อนผันภายใต้แผนปฏิบัติการฯ และข้อมติที่ 2231 อีก 6 เดือนในวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา