
(แฟ้มภาพซินหัว : สวนสนุกเลโก้แลนด์ในรัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย วันที่ 6 ต.ค. 2023)
กัวลาลัมเปอร์, 26 ก.ย. (ซินหัว) -- รายงานศูนย์ข้อมูลแห่งเอเชียแปซิฟิกจากไนท์ แฟรงก์ (Knight Frank) เมื่อวันพฤหัสบดี (25 ก.ย.) ระบุว่ารัฐยะโฮร์ของมาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางศูนย์ข้อมูลที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีอุปทานมวลรวมเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็น 5.8 กิกะวัตต์ เมื่อนับถึงไตรมาสสองของปี 2025
รัฐยะโฮร์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมาเลเซียและแนวปฏิบัติการวางแผนศูนย์ข้อมูลระดับชาติจนเกิดการขยายศูนย์ข้อมูลที่สูงเป็นประวัติการณ์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีการประกาศโครงการใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เกือบ 13 กิกะวัตต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 160 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยการผงาดขึ้นมาของรัฐยะโฮร์สะท้อนการวางยุทธศาสตร์ในเศรษฐกิจดิจิทัล
เอมี หว่อง หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาของไนท์ แฟรงก์ มาเลเซีย กล่าวว่ามาเลเซีย โดยเฉพาะรัฐยะโฮร์ กำลังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาค มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการใช้งานระบบคลาวด์และความต้องการที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนรากฐานอันแข็งแกร่งของตลาด
หว่องเสริมว่าการจัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอต่อการเติบโตที่รวดเร็วในอนาคตจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาแนวโน้มการเติบโตและเสริมบทบาทของมาเลเซียในฐานะฐานยุทธศาสตร์สำหรับการลงทุนทางดิจิทัลในระยะยาว
ทั้งนี้ ตลาดศูนย์ข้อมูลของรัฐยะโฮร์มีกิจกรรมการเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงถึง 260 เมกะวัตต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ซึ่งความต้องการส่วนใหญ่มาจากแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ (ร้อยละ 61) และงานประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์ ขณะอัตราพื้นที่ว่างเหลือเพียงร้อยละ 1.1 ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขต่ำที่สุดในเอเชียแปซิฟิก