
(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์จาการ์ตาของอินโดนีเซีย วันที่ 5 ก.พ. 2024)
จาการ์ตา, 17 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) เรนี ยานิตา อธิบดีกรมอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง และอุตสาหกรรมหลากประเภทประจำกระทรวงอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย เปิดเผยการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำด้านเรซินกำยาน/เบนโซอิน (frankincense/benzoin) สู่การแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
ยานิตากล่าวว่าโครงการอุตสาหกรรมปลายน้ำด้านเรซินกำยาน/เบนโซอิน ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าเพิ่มเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมท้องถิ่นอีกด้วย โดยกระทรวงฯ จะเดินหน้าส่งเสริมโครงการนี้อย่างสอดคล้องกับแผนงานอุตสาหกรรมปลายน้ำทรัพยากรธรรมชาติของรัฐบาล
ยานิตาระบุว่าเรซินเป็นที่รู้จักในฐานะส่วนผสมสำหรับประกอบพิธีกรรมและกลิ่นหอมแบบดั้งเดิม แต่ปัจจุบันถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในน้ำหอม สุคนธบำบัด สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และยาฆ่าแมลงจากธรรมชาติ โดยเรซินกำยาน/เบนโซอินของอินโดนีเซียได้รับการยอมรับด้านคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการในตลาดอินเดีย เวียดนาม สหรัฐฯ และฝรั่งเศส
ข้อมูลจากเทรดแมป (Trademap.org) เว็บไซต์สถิติการค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าปี 2024 อินโดนีเซียส่งออกกัมธรรมชาติ (natural gums) เรซิน และโอลีโอเรซิน (oleoresin) รวมถึงเรซินกำยาน/เบนโซอิน มูลค่า 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.76 พันล้านบาท) คิดเป็นปริมาณ 43,685 ตัน ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น น้ำมันหอมระเหยและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันหอมระเหย มีมูลค่ารวม 42.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.34 พันล้านบาท) คิดเป็นปริมาณประมาณ 1,776 ตัน
ยานิตาทิ้งท้ายว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผลิตภัณฑ์ปลายน้ำมีมูลค่าต่อตันสูงกว่าวัตถุดิบอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหมายความว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของอินโดนีเซียในตลาดโลก